รังสี UV ส่งผลเสียต่อยางรถยนต์ผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า Photo-oxidation ซึ่งทำให้โครงสร้างของยางเปลี่ยนไปอย่างถาวร ตาม 4 ขั้นเลย
1. การทำลายโมเลกุล (Molecular Breakdown)
รังสี UV มีพลังงานสูงพอที่จะเข้าไปตัดพันธะทางเคมีของโพลิเมอร์ในเนื้อยาง ทำให้สายโซ่โมเลกุลที่เคยยึดเกาะกันอย่างเหนียวแน่นขาดออกจากกัน ส่งผลให้ยางสูญเสียค ุณสมบัติเดิมที่ควรจะเป็น
2. การสูญเสียความยืดหยุ่น (Loss of Elasticity)
เมื่อโมเลกุลถูกทำลาย เนื้อยางจะเริ่มแข็งกระด้าง (Hardening) ไม่สามารถยืดหยุ่นหรือคืนตัวได้ดีเมื่อได้รับแรงกระแทกหรือการบิดตัวขณะเข้าโค้ง ทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนลดลง
3. การเกิดรอยแตกขนาดเล็ก (Crazing and Cracking)
เมื่อผิวชั้นนอกของยางแห้งและกรอบจากการตากแดด ผิวหน้าจะเริ่มเกิดรอยแยกเล็กๆ ที่เรียกว่า "แตกลายงา" หากทิ้งไว้นานรอยแตกเหล่านี้จะขยายตัวลึกเข้าไปถึงโครงสร้างชั้นใน เพิ่มความเสี่ยงที่ยางจะแยกชั้นหรือระเบิดได้ง่ายขึ้น
4. การระเหยของสารปกป้องผิว (Leaching of Protective Oils)
ในเนื้อยางจะมีน้ำมันและสารป้องกันโอโซนผสมอยู่เพื่อให้ยางนุ่มนวล รังสี UV จะเร่งให้สารเหล่านี้ระเหยหรือเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ยางดูซีดจา ง (Fading) และเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีเทาหรือน้ำตาลนวลๆ
ข้อแนะนำ: วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการจอดรถในที่ร่ม หรือใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเงายางที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV (UV Blocker) เพื่อช่วยเป็นเกราะกำบังให้กับผิวสัมผัสชั้นนอก
#ยางรถยนต์ #เปลี่ยนยางรถยนต์ #เคลือบยาง #Lemon8ฮาวทู #autotirechecking
















