เทรนด์สุดแปลกในประวัติศาสตร์... ที่เคยฮิตกันจนทั่วเมือง

เทรนด์สุดแปลกในประวัติศาสตร์... ที่เคยฮิตกันจนทั่วเมือง

​1. เทรนด์เดินขาเป๋ "Alexandra Limp" (ศตวรรษที่ 19):

ในยุควิกตอเรีย เจ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งเดนมาร์ก (ต่อมาเป็นพระราชินีอังกฤษ) ทรงพระประชวรจนทำให้เดินขาเป๋เล็กน้อย แต่เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นไอคอนแฟชั่นในยุคนั้น แทนที่คนจะเห็นใจ ผู้หญิงชนชั้นสูงในลอนดอนกลับ "แกล้งเดินขาเป๋ตาม" จนกลายเป็นเทรนด์ฮิต ถึงขั้นมีร้านค้าทำรองเท้าที่ส้นสูงไม่เท่ากันออกมาขาย เพื่อให้คนซื้อไปใส่เดินกะเผลกคล้ายเจ้าหญิงครับ

​คำค้นหา (Keywords): Alexandra limp Victorian fashion trend

​2. เทรนด์ "ฟันดำ" เพราะอยากดูรวย (ยุคพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1):

ในอังกฤษยุคศตวรรษที่ 16 "น้ำตาล" เป็นของหรูหราราคาแพงมากที่มีแต่มหาเศรษฐีเท่านั้นที่ซื้อกินได้ ผลคือพวกคนรวยจะฟันผุและดำเพราะกินน้ำตาลเยอะ พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ก็ฟันดำเช่นกัน เทรนด์นี้เลยกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวย จนถึงขั้นที่คนจนหรือชนชั้นกลางที่ไม่มีเงินซื้อน้ำตาล ต้องไปหา "เขม่าควันมาทาฟันตัวเองให้ดำ" เพื่อหลอกคนอื่นว่าตัวเองรวยจนฟันผุครับ

​คำค้นหา (Keywords): Elizabethan black teeth sugar wealth status

​3. เทรนด์ "คลั่งเฟิร์น" จนเสียสติ (Pteridomania):

ช่วงทศวรรษ 1850 ในอังกฤษ อยู่ดีๆ ผู้คนก็เกิดอาการคลั่งไคล้ "ต้นเฟิร์น" อย่างบ้าคลั่ง (บ้ากว่าเทรนด์ไม้ด่างบ้านเราหลายเท่า) ทุกบ้านต้องออกไปขุดเฟิร์นในป่า มีการสร้างเรือนกระจกรูปทรงประหลาดเพื่อเก็บเฟิร์น ลายเฟิร์นไปโผล่บนเสื้อผ้า บิสกิต ยันหลุมศพ แฟชั่นนี้ทำให้ผู้หญิงยุคนั้นได้มีโอกาสออกจากบ้านไปเดินป่า (เพื่อเก็บเฟิร์น) เป็นเทรนด์ที่ขับเคลื่อนสังคมไปอีกแบบอย่างงงๆ ครับ

​คำค้นหา (Keywords): Pteridomania Victorian fern madness

​4. เครื่องตู้เอกซเรย์ส่องเท้าในร้านรองเท้า (Shoe-Fitting Fluoroscope):

ในช่วงทศวรรษ 1930 - 1950 ร้านรองเท้าทั่วอเมริกาและยุโรปมีเทรนด์สุดล้ำคือ ตู้เอกซเรย์เท้า โดยให้เด็กๆ หรือลูกค้าสวมรองเท้าแล้วหย่อนเท้าเข้าไปในตู้ เพื่อให้มองเห็น "กระดูกเท้า" สดๆ ผ่านจอว่ารองเท้าพอดีไหม มันกลายเป็นของเล่นยอดฮิตที่ทุกร้านต้องมี จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์เพิ่งมาเต้นผางว่า การให้คนโดนรังสีเอกซเรย์ตรงๆ แบบนั้นสัปดาห์ละหลายๆ ครั้งมันอันตรายถึงขั้นก่อมะเร็ง ตู้พวกนี้เลยถูกสั่งแบนไปในที่สุด

​คำค้นหา (Keywords): Shoe fitting fluoroscope X-ray history

​5. เทรนด์แฟชั่น "มาการอนี" (Macaroni Fashion):

ในทศวรรษ 1770 ชายหนุ่มชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งที่รวยมากๆ ได้เดินทางไปท่องเที่ยวในอิตาลี แล้วรับเอาวัฒนธรรมการกินเส้นพาสตา (ที่ยุคนั้นเรียก รวมๆ ว่ามาการอนี) และแฟชั่นหลุดโลกกลับมา พวกเขาจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีฉูดฉาดฉูดฉาด และที่พีคที่สุดคือ "ใส่วิกผมทรงสูงเสียดฟ้า" โดยมีหมวกใบจิ๋วแปะอยู่ข้างบนสุด เวลาจะถอดหมวกต้องใช้ดาบเขี่ยลงมา เทรนด์นี้ฮิตมากจนคำว่า "Macaroni" ในยุคนั้นกลายเป็นคำสแลงที่ใช้เรียกพวกแฟชั่นนิสต้าตัวพ่อครับ

​คำค้นหา (Keywords): Macaroni fashion 18th century wigs

"บางครั้งแฟชั่นก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสวยงามหรือความสะดวกสบาย... แต่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่จะ 'เด่น' ของมนุษย์เรานี่แหละครับ"

#5point #ประวัติศาสตร์ #เรื่องจริง #เรื่องแปลก #เรื่องน่ารู้รอบโลก

5/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเทรนด์แฟชั่นในประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงในบทความนี้แสดงให้เห็นว่าความนิยมของผู้คนในแต่ละยุคไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสวยงามหรือความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มักสะท้อนถึงสังคม วัฒนธรรม และแม้กระทั่งสถานะทางสังคมของผู้คนในยุคนั้นๆ ตัวอย่างเช่น เทรนด์เดินขาเป๋ Alexandra Limp ในศตวรรษที่ 19 ที่ถูกสร้างขึ้นตามการเดินของเจ้าหญิงอเล็กซานดรา ซึ่งตัวอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าคนในยุคนั้นให้ความสำคัญกับการเลียนแบบบุคคลมีชื่อเสียง แม้เป็นพฤติกรรมที่ดูแปลกประหลาด หรือแม้กระทั่งอันตรายก็ตาม ในยุคของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 การมีฟันดำเพราะฟันผุเนื่องจากการบริโภคน้ำตาลมาก กลายเป็นเครื่องหมายของความมั่งคั่ง เนื่องจากน้ำตาลเป็นสินค้าหรูหราหายาก ด้วยเหตุนี้ คนทั่วไปจึงพยายามเลียนแบบโดยการทาฟันดำด้วยเขม่าควัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีสถานะสังคมดีขึ้น แม้จะต้องยอมเสี่ยงหรือลวงคนอื่นก็ตาม เทรนด์คลั่งเฟิร์น (Pteridomania) ในอังกฤษช่วงปี 1850 ทำให้ผู้คนมีความหลงใหลในต้นไม้ชนิดนี้อย่างไม่ปกติ โดยการขุดเก็บต้นเฟิร์นจากป่าและตกแต่งบ้านด้วยเฟิร์น รวมทั้งนำลวดลายเฟิร์นมาใช้ในแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการที่แฟชั่นสามารถขับเคลื่อนกิจกรรมทางสังคมและเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ออกจากบ้านไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งในยุคนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และท้าทาย ตู้เอกซเรย์สำหรับส่องเท้าในร้านรองเท้าในช่วงปี 1930-1950 เป็นนวัตกรรมที่ดูล้ำยุคและทันสมัย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอันตรายเพราะการได้รับรังสีเอกซเรย์บ่อยครั้งทำให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็ง นี่เป็นตัวอย่างของเทรนด์ที่เกิดจากความต้องการความสะดวกและเทคโนโลยีใหม่ แต่ไม่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาว ส่วนเทรนด์มาการอนีในยุค 1770 ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ร่ำรวยแต่งตัวด้วยวิกทรงสูงสีฉูดฉาดและหมวกใบเล็ก ซึ่งสะท้อนความนิยมแฟชั่นแปลกตาที่มากกว่าการแค่สวมใส่เสื้อผ้า แต่เพื่อแสดงออกถึงความมั่งคั่งและความเป็นตัวของตัวเอง จากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เทรนด์แฟชั่นแปลกๆ เหล่านี้มักมีรากฐานจากความต้องการที่จะโดดเด่นและยึดโยงกับผู้คนที่มีอิทธิพลหรือสัญลักษณ์ของความสำเร็จในยุคนั้น การศึกษาช่วงเวลาและสาเหตุของเทรนด์เหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรมได้ลึกซึ้งขึ้น และยังเป็นข้อคิดว่าบางครั้งแฟชั่นไม่จำเป็นต้องดูดีหรือสะดวกสบายเสมอไป แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่คนใช้สร้างความเป็นเอกลักษณ์และแสดงออกซึ่งตัวตนในกลุ่มสังคม

ค้นหา ·
เทรนด์กําลังมาแรง

5 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 5 POINT
5 POINTผู้สร้าง

ดูเพิ่มเติม(4)