ทำไมถึงเป็นต่างด้าว V.8 (2)
“ผมเป็นคนพม่ามาจากประเทศพม่ารัฐกระเหรี่ยงครับพ่อแม่พี่น้องก็เป็นคนพม่าเหมือนกันหมด”
“มาอยู่ที่ประเทศไทยนี่ก็หลายปีแล้วล่ะ3-4ปีแล้ว”
“ที่ต้องมาอยู่ที่นี่เพราะต้องมาทำงานที่มาได้เพราะโรงงานพามากับเพื่อนๆที่พม่าไม่มีงานทำเลยต้องมาทำงานที่นี่5555”
“มาอยู่นี่ตอนแรกก็ลำบากนะเพราะพูดไทยไม่ได้เลยแต่คนที่นี่ใจดีค่อยๆเรียนรู้เ ลยทำได้แต่ตอนนี้ก็อยู่ได้สบายแล้วล่ะ”
“ถ้าถามว่าอยากกลับบ้านไหมบอกเลยว่าอยากกลับบ้านมากคิดถึงคนที่บ้านสุดๆเลยแต่ถ้ากลับไปจะไม่มีงานทำจะลำบากเลยต้องทำงานที่นี่ไปก่อนแต่ถ้าเลือกได้ก็อยากกลับบ้านนะ”
“อยากฝากอะไรถึงคนไทยหรออยากขอบคุณคนไทยที่ให้โอกาสผมได้มีงานทำมีเงินส่งให้คนที่บ้านคนที่บ้านก็จะไม่ลำบากครับ”
สรุปข้อกฎหมาย
• วินิจฉัย
บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) เพราะว่าตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า “คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งในกรณีนี้ผู้ถูกสัมภาษณ์มาจากเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมาร์ โดยบุคคลนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 3 - 4 ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน ทั ้งนี้ก็ไม่ปรากฏว่ามีการได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย ดังนั้นบุคคลนี้จึงถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย
จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า “รัฐเจ้าของตัวบุคคล” ที่แท้จริงของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศเมียนมาร์ โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ 2 ประการ คือ หลักสัญชาติและหลักภูมิลำเนา ดังนี้
1) หลักสัญชาติ คือ ความผูกพันทางการเมืองระหว่างรัฐกับบุคคล (ประชากร) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิและหน้าที่ของบุคคลพลเมืองตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งหลักสัญชาตินั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักบุคคล (สืบสายโลหิตจากบุพการีซึ่งมีสัญชาติของรัฐนั้นๆ) และหลักดินแดน (เกิดบนดินแดนของรัฐเจ้าของสัญชาติ) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าบิดามารดาของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เป็นคนเมียนมาร์ทั้งคู่ ประกอบกับบุคคลผู้ที่ถูกสัมภา ษณ์นี้เกิดบนดินแดนของประเทศเมียนมาร์ (รัฐกะเหรี่ยง) เช่นนี้ประเทศเมียนมาร์จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลตามหลักสัญชาติ
2) หลักภูมิลำเนา คือ สถานที่อยู่แหล่งสำคัญของบุคคลพลเมืองทางกฎหมาย ซึ่งหลักภูมิลำเนานั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน (สถานที่ที่รัฐรับรองตามเอกสารทางราชการหรือทะเบียนราษฎรเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของบุคคลในฐานะพลเมืองของแต่ละประเทศ) และหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน (สถานที่ที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นสำคัญ) ดังนี้
2.1) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน
ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศไทยตามกฎหมายไทย (พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534) เช่นนี้จึงถือได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศเมียนมาร์
2.2) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน
ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 3 - 4 ปีแล้วจนถึงปัจจุบันและมีความประสงค์ที่จะอยู่ในประเทศไทยต่อไปเพื่อทำงานหาเงินส่งให้ทางบ้าน เขาจึงยังขาดเจตนาที่จะตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร เช่นนี้จึงถือได้ว่าเขามีภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 37 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ” ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศไทย



















