ทำไมถึงเป็นต่างด้าว V.9 (2)
“ผมเป็นคนลาวมาจากประเทศลาวเมืองปากเซครับพ่อแม่ก็เป็นคนลาวเหมือนกันผมมาอยู่ที่ประเทศไทยนี่5-6ปีแล้วมาทำงานกับนายงานที่ทำจะเป็นงานก่อสร้างตอนมาอยู่ที่ไทยแรกๆก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคนไทยก็น่ารักดี5555ผมมาอยู่ไทยกับเพื่อนอีก1คนมีบริษัทเขาพามาตอนนั้นก็เลยอยู่ไทยยาวเพราะต้องทำงานและส่งเงินให้คนที่บ้านมีพ่อแม่และมีน้องที่ต้องเรียนมาอยู่นี่ก็ไม่ได้ลำบากอะไรนะอาหารการกินก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่หรือผมอยู่นานเลยชินก็ไม่รู้นะ555คนที่นี่ใจดีนายก็ใจดีเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลานตลอดถ้าถามว่ามีปัญหาด้านการสื่อสารไหมตอนแรกๆเอาจริงก็นิดนึงนะแต่ก็ไม่เท่าไหร่เพราะภาษามันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากก็ใช้ชีวิตได้สบายๆถ้าถามว่าความฝันคืออะไรความฝันของผมคือผมอยากมีครอบครัวเล็กสักครอบครัวนึงที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาและมีเงินใช้ครอบครัวสุขสบายแค่นั้นผมก็มีความสุขแล้วล่ะอยากกลับบ้านไหมหรอเอาจริงๆก็อยากกลับนะอยู่ไทยนานแล้วเหมือนกันคิดถึงบ้านคิดถึงพ่อแม่คิดถึงคนที่บ้านอยู่แต่ติดที่ต้องทำงานถ้าเลือกได้ผมก็อยากกลับบ้านแหละ”
สรุปข้อกฎหมาย
• วินิจฉัย
บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) เพราะว่าตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า “คนต่างด้าว หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” ซึ่งในกรณีนี้ผู้ถูกสัมภาษณ์มาจากเมืองปากเซ ประเทศลาว โดยบุคคลนี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 5 - 6 ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน และเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (บริษัทพาเข้ามาทำงาน) ทั้งนี้ก็ไม่ปรากฏว่ามีการได้รับสัญชาติไทยตามกฎหมาย ดังนั้นบุคคลนี้จึงถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทย
จากข้อเท็จจริงปรากฏว่า “รัฐเจ้าของตัวบุคคล” ที่แท้จริงของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศลาว โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ 2 ประการ คือ หลักสัญชาติและหลักภูมิลำเนา ดังนี้
1) หลักสัญชาติ คือ ความผูกพันทางการเมืองระหว่างรัฐกับบุคคล (ประชากร) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิและหน้าที่ของบุคคลพลเมืองตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งหลักสัญชาตินั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักบุคคล (สืบสายโลหิตจากบุพการีซึ่งมีสัญชาติของรัฐนั้นๆ) และหลักดินแดน (เกิดบนดินแดนของรัฐเจ้าของสัญชาติ) ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่าบิดามารดาของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เป็นคนสัญชาติลาวทั้งคู่ ประกอบกับบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้เกิดบนดินแดนของประเทศลาว เช่นนี้ประเทศลาวจึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลตามหลักสัญชาติ
2) หลักภูมิลำเนา คือ สถานที่อยู่แหล่งสำคัญของบุคคลพลเมืองทางกฎหมาย ซึ่งหลักภูมิลำเนานั้นพิจารณาได้ 2 ประการ คือ หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน (สถานที่ที่รัฐรับรองตามเอกสารทางราชการหรือทะเบียนรา ษฎรเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของบุคคลในฐานะพลเมืองของแต่ละประเทศ) และหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน (สถานที่ที่บุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ ยึดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นสำคัญ) ดังนี้
2.1) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชน
ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของประเทศไทยตามกฎหมายไทย (พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534) เช่นนี้จึงถือได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายมหาชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศลาว
2.2) หลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชน
ข้อเท็จจริง : บุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้อาศัยอยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ 5 - 6 ปีแล้วจนถึงปัจจุบันและเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (บริษัทพาเข้ามาทำงาน) และมีความประสงค์ที่จะอยู่ในประเทศไทยต่อไปเพื่อทำงานหาเงินส่งให้ทางบ้า น เขาจึงยังขาดเจตนาที่จะตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยเป็นการถาวร เช่นนี้จึงถือได้ว่าเขามีภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 37 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ” ด้วยเหตุนี้จึงสรุปได้ว่าหลักภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนของบุคคลผู้ที่ถูกสัมภาษณ์นี้ คือ ประเทศไทย















