นักดำน้ำหญิง อาชีพในตำนานของญี่ปุ่น แต่กำลังจะหายไป!?
นักดำน้ำหญิง อาชีพในตำนานของญี่ปุ่น แต่กำลังจะหายไป!?
หนึ่งในอาชีพที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
สืบทอดกันมานานกว่า 2,000 ปี
เป็นผู้หญิงที่จะดำน้ำเพื่อหาอาหารทะเล
โดยที่ไม่ใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำเลย
มีเพียงแค่อุปกรณ์ในการจับปลาเท่านั้น
บางคนสามารถดำได้ลึกถึง 10 เมตร
และอา ชีพนี้มีชื่อเรียกว่า อามะซัง
แต่ในอนาคตอาชีพนี้อาจจะกำลังหายไป
หลายคนอาจเคยเห็นภาพ “ผู้หญิงญี่ปุ่นโบราณ” ใส่ชุดดำน้ำแบบเรียบๆ แล้วลงทะเลแบบไม่พึ่งถังออกซิเจน นั่นแหละคือ “อามะซัง” (Ama-san / 海女) นักดำน้ำหญิงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวมาก ๆ และยังคงมีอยู่จริงในบางพื้นที่ เช่นแถบโทบะ (Toba) และชิมะ (Shima) จังหวัดมิเอะ สิ่งที่ทำให้คนทึ่งคือ อามะซังดำน้ำ “แทบไม่ใช้อุปกรณ์ดำน้ำเลย” ส่วนมากจะมีแค่หน้ากาก แว่นตา ตะขอ/มีดเล็ก ๆ สำหรับเก็บหอยหรือสาหร่าย และตะกร้าหรือทุ่นสำหรับลอยของขึ้นมา บางคนดำน้ำได้ลึกประมาณ 10 เมตร และทำซ้ำต่อเนื่องหลายรอบในหนึ่งวัน อาศัยการกลั้นหายใจเป็นหลัก (บางแหล่งบอกว่าแต่ละรอบราว ๆ 1 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและน้ำทะเล) คำถามที่คนค้นกันเยอะคือ “ทำไมอามะซังถึงเป็นผู้หญิง?” จากที่อ่านและฟังเรื่องเล่าหลาย ๆ ที่ เหตุผลหนึ่งที่มักถูกพูดถึงคือ ผู้หญิงทนความเย็นได้ดีและมีชั้นไขมันใต้ผิวหนังมากกว่าโดยธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับการอยู่ในน้ำเย็นนาน ๆ อีกทั้งการดำน้ำของอามะซังไม่ใช่แค่พละกำลัง แต่ต้องอาศัยความใจเย็น การคุมลมหายใจ และความชำนาญในการอ่านจังหวะคลื่น/กระแสน้ำด้วย ถ้าคุณสนใจแนว “นักดำน้ำหญิงฝึกงาน” หรืออยากรู้ว่าเขาฝึกกันยังไง โดยทั่วไปอามะซังจะค่อย ๆ เรียนจากรุ่นพี่ เริ่มจากการว่ายน้ำให้แข็งแรง ฝึกกลั้นหายใจ ฝึกความปลอดภัยพื้นฐาน (เช่นไม่ฝืนลงเมื่อคลื่นแรง) แล้วค่อยไปสู่การเก็บของทะเลตามฤดูกาล จุดสำคัญคือการฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป และต้องเคารพธรรมชาติ เพราะงานนี้ผูกกับทะเลโดยตรง อีกมุมที่น่าสนใจคือ อาชีพนี้กำลังลดจำนวนลง เพราะคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสืบทอด ทั้งเรื่องความเหนื่อย ความเสี่ยง รายได้ไม่แน่นอน และทางเลือกอาชีพที่หลากหลายขึ้น ใครอยากสัมผัสบรรยากาศใกล้ชิดแบบท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ลองหา “Ama Hut” หรือกระท่อมอามะ เช่น Ama Hut Hachiman Kamado (海女小屋はちまんかまど) ที่บางแห่งปรับเป็นพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว มีอาหารทะเลสด ๆ ให้ลอง และบางกิจกรรมให้ลองแต่งตัวเป็นอามะซังถ่ายรูปด้วย ถ้าจะไปตามรอย แนะนำให้เช็กฤดูกาลทำงานของอามะซังและจองล่วงหน้า เพราะบางพื้นที่มีรอบกิจกรรมจำกัด และที่สำคัญคือไปแบบเคารพวิถีชีวิตเขา—อามะซังคือวัฒนธรรมมีชีวิต ไม่ใช่แค่โชว์ให้ดูเฉย ๆ





นับถือสุด ๆ