ต้มโคล้งปลาช่อนย่าง🐟🌶️🌿
ถ้าใครกำลังหา “ต้มโคล้งปลาช่อนสด/ต้มโคล้งปลาช่อนย่าง” แบบทำเองที่บ้าน เราชอบทำวิธีนี้มาก เพราะได้ความหอมควันจากปลาย่าง + ความหอมสมุนไพรแบบต้มโคล้งแท้ๆ และที่สำคัญคือทำให้ไม่คาวได้จริง 1) เลือกปลาช่อนสดให้เหมาะ - เลือกปลาช่อนตาใส เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นแรง ถ้าเป็นปลาช่อนสดใหม่ๆ น้ำแกงจะหวานธรรมชาติ - ก่อนย่าง ล้างปลาแล้วถูเกลือเบาๆ หรือใช้น้ำมะนาวเล็กน้อย ช่วยลดเมือกและกลิ่นคาว จากนั้นซับให้แห้งก่อนย่าง 2) ย่างปลาให้หอมและไม่เละในหม้อ - ย่างไฟกลางจนหนังตึงและมีสีไหม้นิดๆ จะได้กลิ่นหอมควัน (นี่คือหัวใจของ “ปลาช่อนย่าง”) - ถ้ากลัวเนื้อปลายุ่ย แนะนำย่างให้สุกประมาณ 80–90% แล้วค่อยใส่ตอนน้ำเดือดอ่อนๆ ช่วงท้าย จะได้ชิ้นสวย 3) สมุนไพรที่ทำให้ต้มโคล้งหอม (คั่วก่อนยิ่งดี) ตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม ใบมะกรูด พริกแห้ง/พริกสด แล้วแต่ชอบ เผลอๆ ใส่ผักชีฝรั่งตอนท้ายจะหอมมาก - เคล็ดลับส่วนตัว: คั่วหอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ในกระทะแห้งแป๊บเดียวก่อนลงหม้อ กลิ่นจะหอมฟุ้งและน้ำซุปจะลึกขึ้น 4) ลำดับการทำให้รสกลมกล่อม - ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง/กระเทียมคั่ว เคี่ยวสัก 5–10 นาทีให้น้ำหอม - ปรุงเค็มด้วยน้ำปลาและความหวานนิดๆ (ถ้าชอบ) จากนั้นใส่ปลาช่อนย่าง - ปรุงเปรี้ยวทีหลังด้วยมะนาว/มะขามเปียก (เราใช้มะนาวตอนปิดไฟ จะได้หอมไม่ขม) - เผ็ด: ใส่พริกแห้งคั่วบุบหรือพริกสดตามสไตล์ 5) ปรับรส “ต้มโคล้ง” ให้ถูกปาก ต้มโคล้งที่อร่อยสำหรับเราคือ “หอม-เผ็ด-เปรี้ยว” นำ เค็มตาม ไม่หวานจัด ถ้าชิมแล้วจืด ให้เพิ่มน้ำปลาเล็กน้อยทีละนิด ถ้าขาดความหอมให้ขยี้ใบมะกรูดเพิ่ม หรือเติมผักชีฝรั่งตอนปิดไฟ 6) เสิร์ฟยังไงให้อร่อยขึ้น กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวก็เข้ากันมาก และถ้ามีเห็ดฟาง/เห็ดนางฟ้าใส่เพิ่ม จะได้ความหวานของน้ำซุปและอิ่มขึ้นแบบไม่เลี่ยน หวังว่าทริกพวกนี้จะช่วยให้ใครที่อยากทำต้มโคล้งปลาช่อนสดหรือต้มโคล้งปลาช่อนย่าง ทำออกมาไม่คาว น้ำซุปหอมสมุนไพรแบบ “ครัวบ้านๆ” แต่อร่อยจริงค่ะ
























อร่อย