Day 4 | เที่ยวเกียวโตต่อแม้เริ่มล้า…แต่ก็คุ้ม

Japan Solo Trip Day 4 – Flowers🌸 Matcha🍵 and a Thousand Torii ⛩

วันที่ 4 เริ่มรู้สึกแล้วว่า “ร่างกายไม่ไหว แต่ใจยังอยากเที่ยวอยู่” เดินมาหลายวันติด วันนี้เลยเริ่มล้าแบบชัดมากแต่ก็ยังอยากไปให้ครบทุกที่ที่ตั้งใจไว้ สุดท้ายกลายเป็นอีกวันที่ “เหนื่อยมาก…แต่คุ้มมากจริงๆ”

เริ่มต้นวันด้วยการไปดูดอกบ๊วยที่

📍 Jōnangū Shrine จริงๆเราเล็งที่นี่จาก Instagram มาสักพักแล้ว แต่วันนี้เริ่มเหนื่อยจากการเดินหลายวัน เลยออกจากที่พักค่อนข้างสาย พอไปถึงก็เกือบช่วงสายแล้ว คนเลยค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะในสวน

ถึงจะเป็นช่วงปลายฤดูกาลของดอกบ๊วยแต่ก็ยังสวยมาก ถือว่าโชคดีที่ยังได้เห็นอยู่ก่อนจะร่วงหมด

หลังจากนั้นเราเดินทางต่อไปที่ Uji เมืองชาเขียวชื่อดังของญี่ปุ่น🍵 เดินเล่นไปเรื่อยๆพร้อมหาอะไรกินเพราะเริ่มหิว สุดท้ายได้ลองโซบะชาเขียวแต่เอาจริงๆแทบไม่มีกลิ่นชาเขียวเลย จากนั้นก็เดินไปยัง

📍 Uji Shrine

📍 Ujigami Shrine

สองศาลเจ้านี้อยู่ใกล้กัน เป็นศาลเจ้าเล็กๆที่บรรยากาศเงียบสงบ คนไม่เยอะเหมือนแถว Byodoin Temple จริงๆตอนนั้นเรายังไม่ได้แวะวัดเบียวโดอินเพราะเงินสดหมดต้องเดินไปกดเงินก่อนและที่สำคัญคือเริ่มเดินไม่ไหวแล้วด้วย 😂

ตอนนี้เริ่มรู้สึกปวดเข่าจากการเดินหลายวันติดกัน

น่าจะเป็นผลจากวันที่ไปเดินเขาที่ Kurama ด้วยแต่ถึงจะเหนื่อยก็ยังสู้ต่อและสถานที่สุดท้ายของวันนี้คือ

📍 Fushimi Inari Taisha ⛩

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของเกียวโต คนเยอะมากจริงๆแต่ก็สวยสมชื่อ โดยเฉพาะตอนเดินขึ้นไปเรื่อยๆแล้วเห็นเสาโทริอิสีแดงเรียงรายเต็มไปหมด ระหว่างทางจะมีศาลเจ้าเล็กๆอยู่ตามทางเยอะมาก เราเดินขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวเมืองเกียวโตก่อนจะเดินลงมาถึง main shrine ก็ประมาณ 6 โมงเย็นพอดี หลังจากนั้นก็ไปหาอะไรกินก่อนกลับโรงแรมเป็นอีกหนึ่งวันที่เดินเยอะมากแต่ก็คุ้มจริงๆ ✨

/เคียวโตะ

#ทริปในดวงใจ #japantemple #Kyototrip #เที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก #ญี่ปุ่น

เคียวโตะ
5 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศการเดินเที่ยวตามศาลเจ้าและสวนดอกไม้ในญี่ปุ่นจริงๆ รู้เลยว่าความสวยงามที่เห็นในรูปภาพจากโซเชียลอย่าง Instagram ยังไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด Jōnangū Shrine เป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนที่รักดอกไม้โดยเฉพาะเมื่อได้ไปในช่วงฤดูปลายบ๊วย แม้จะไม่ได้เห็นช่วงพีคที่สุด แต่ก็ยังได้ชื่นชมความงดงามอย่างเต็มตา ใครที่ชอบถ่ายรูปก็จะได้ภาพสวยๆ กับดอกบ๊วยสีขาวและชมพูที่บานเต็มสวน พร้อมบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น นอกจากนั้น การเดินทางต่อไปยังเมือง Uji ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องชาเขียว ทำให้ผมได้ลองชิมโซบะที่ทำจากชาเขียว ซึ่งแม้รสชาติจะแตกต่างจากที่คาด แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่สนุกดี ระหว่างเดินเล่นในเมืองเล็กๆ นี้ยังมีศาลเจ้าเล็กๆ สองแห่งคือ Uji Shrine และ Ujigami Shrine ที่บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนและใช้เวลาสำรวจแบบไม่รีบร้อน สุดท้ายการไป Fushimi Inari Taisha ถือเป็นไฮไลท์ของวัน เพราะได้เดินผ่านเสาโทริอิสีแดงนับพันที่เรียงรายอยู่ตามทางขึ้นเขา เป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจอย่างมาก แม้วันจะเหนื่อยจากการเดินหลายชั่วโมง แต่การได้มองเห็นวิวเมืองเกียวโตจากจุดชมวิวบนเขาทำให้รู้สึกคุ้มค่าทุกย่างก้าว สำหรับใครที่วางแผนเที่ยวเจแปนแบบเดินชมวัฒนธรรมและธรรมชาติ แนะนำให้เตรียมรองเท้าและร่างกายให้พร้อม เพราะเดินเยอะและเปลี่ยนสถานที่บ่อย แต่ประสบการณ์และความทรงจำที่ได้คุ้มค่าแน่นอน การเดินทางและการพักผ่อนระหว่างวันโดยเฉพาะการหาอาหารญี่ปุ่นท้องถิ่น เช่น โซบะชาเขียวหรือของว่างแบบญี่ปุ่น จะช่วยเติมพลังและทำให้เที่ยวได้สนุกมากขึ้น ในบรรดาสถานที่เที่ยวหลายแห่งในเกียวโต เสาโทริอิที่ Fushimi Inari นับเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ควรพลาด นอกจากนี้ การได้เห็นศาลเจ้าเล็กๆ สองแห่งที่เมือง Uji ยังช่วยเติมเต็มทริปด้วยความรู้สึกสงบและเข้าใจถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบแท้จริง