วัดโซเดียมในขนมไทยกันค่ะ🥣

9/29 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “ชามสลัด” เพราะอยากกินคลีน คุมหุ่น หรือคุมความดัน แต่ความจริง “สลัด” ก็ทำให้โซเดียมพุ่งได้เหมือนกัน ถ้าเผลอเลือกน้ำสลัดหรือท็อปปิ้งผิด โดยเฉพาะวันที่เราพยายามคุมโซเดียมจากของหวานกะทิ เช่น กล้วยบวดชี บัวลอยเผือก สลิ่ม ลอดช่อง หรือปลากริมไข่เต่า (โซเดียมขึ้นอยู่กับการปรุงแต่ละร้านจริงๆ) เลยอยากมาแชร์วิธีเลือกชามสลัดให้คุมโซเดียมได้แบบทำตามง่ายๆค่ะ 1) ระวัง “น้ำสลัด” มากที่สุด จุดที่ทำให้สลัดโซเดียมสูงมักไม่ใช่ผัก แต่เป็นน้ำสลัดสำเร็จรูป เช่น ซีซาร์ เทาซันไอส์แลนด์ งาญี่ปุ่น หรือแบบครีมๆ เพราะมักมีเกลือ ซีอิ๊ว ชีส และเครื่องปรุงรสเยอะ ถ้าเลือกได้ให้ขอ “แยกน้ำสลัด” แล้วค่อยจิ้มหรือราดบางๆ จะคุมได้ง่ายกว่า 2) เลือกเบสที่โซเดียมต่ำ: ผักล้วน/ธัญพืชไม่ปรุงเค็ม ชามสลัดบางร้านจะมีข้าวปรุงรส ควินัวปรุงเกลือ หรือเส้นพาสต้าแบบคลุกซอส ถ้ากำลังคุมโซเดียม แนะนำเลือกผักเป็นหลัก + ธัญพืชแบบไม่คลุกเกลือ และเพิ่มความอิ่มด้วยโปรตีนแทน 3) ท็อปปิ้งที่ควร “เช็กก่อน” - ไก่หมัก ซอสเทอริยากิ แฮม เบคอน ไส้กรอก ปูอัด: มักเค็มและโซเดียมสูง - ชีส/พาร์เมซาน/เฟต้า: เพิ่มทั้งโซเดียมและไขมันอิ่มตัว ทางเลือกที่มักคุมง่ายกว่า: ไข่ต้มไม่ปรุง, อกไก่ย่างแบบไม่หมักเค็ม, ปลาอบไม่ราดซอส, ถั่ว/อะโวคาโดในปริมาณพอดี 4) ขอปรับได้เสมอ (แล้วรสชาติยังอร่อย) ทริคที่ใช้บ่อยคือขอเลมอนเพิ่ม พริกไทยดำ หรือสมุนไพร เพื่อให้ได้รสโดยไม่ต้องพึ่งเกลือเยอะ บางร้านมีน้ำสลัดแบบน้ำใส (เลมอน/บัลซามิก) ซึ่งมักคุมโซเดียมได้ง่ายกว่าแบบครีม 5) อย่าลืมอีกประเด็น: น้ำตาลก็สำคัญ แม้เราจะคุมโซเดียม แต่ของหวาน/เครื่องดื่มหวานยังทำให้ระดับน้ำตาลขึ้นได้ โดยเฉพาะขนมไทยกะทิที่มีทั้งกะทิและน้ำตาล ถ้าวันไหนอยากกินขนมจริงๆ แนะนำแบ่งครึ่งกับเพื่อน หรือเลือกชามเล็ก แล้วบาลานซ์ด้วยมื้อหลักที่รสไม่จัด สรุปสั้นๆ: ชามสลัดจะ “คลีนจริง” เมื่อคุมที่น้ำสลัด + ท็อปปิ้งแปรรูป และขอปรับรสได้ ที่สำคัญโซเดียมในอาหาร (รวมถึงขนมไทยที่มีกะทิ) ขึ้นอยู่กับการปรุงแต่ละร้าน ถ้าเลือกแบบมีสติ ก็อร่อยได้และคุมความดันได้พร้อมกันค่ะ