1/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์และความคิดเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมที่ยั่งยืน เริ่มต้นที่การแก้ไข 'สันดาน' หรือพฤติกรรมของคนก่อนที่จะเปลี่ยนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่มีพื้นฐานความรู้สึกและจิตสำนึกที่ถูกต้องในสังคม อาจจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ประโยคที่ว่า "แก้สันดานก่อน...ก่อนแก้รัฐธรรมนูญ" ชวนให้คิดว่าความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมไทยบางส่วนมาจากการที่คนยังขาดความเข้าใจและความเคารพในความหลากหลายทางความคิดและเจตนารมณ์ทางการเมือง เช่นที่เห็นในภาพรวมของการเมืองไทยที่ถูกนำไปโยงกับคำพูดแล้วภาพใน OCR "66 ไอ้ พวก เนรคณ...มึงเจอกับกู...แน่นอน!" ซึ่งแสดงถึงความเกลียดชังและความรุนแรงทางวาจาที่สะท้อนให้เห็นว่าสังคมยังขาดความปรองดองที่ลึกซึ้ง ผมเคยสังเกตว่าเมื่อใดที่คนในสังคมพยายามฟังกันและกันมากขึ้น ลดการดูถูกหรือแบ่งแยกกันตามแนวคิดทางการเมือง ความขัดแย้งและความเกลียดชังจะลดลง สังคมจะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายอย่างสันติและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นการแก้ไขที่แท้จริงต้องเริ่มที่การสร้างจิตสำนึกที่ดี ผ่านการศึกษา การเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและการส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพในความแตกต่าง ถ้าสังคมยังปล่อยให้คำพูดหรือการกระทำที่แสดงถึงความเกลียดชังและรุนแรงอยู่ต่อไป อย่างในกรณีของ "สามกีบชังชาติ" หรือ "สามกีบติดคุก" ซึ่งเป็นคำที่ถูกใช้ในเชิงสื่อสารขัดแย้ง ก็จะทำให้ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือปัญหาการเมืองถูกบั่นทอนไปโดยปริยาย สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของคนในสังคมอย่างแท้จริง ก่อนที่จะทุ่มเทให้กับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายหรือตัวบทกฎหมายใด ๆ