เมนูที่ได้ทำกินเองบ่อยแน่ๆ
ถ้าช่วงไหนอยาก “ทำอาหารกินเอง” แบบอิ่มไวและวัตถุดิบน้อย เมนู Pepper Lunch โฮมเมดคือคำตอบที่เราทำซ้ำบ่อยสุด เพราะแค่มีเนื้อสไลด์ (หมู/ไก่/เนื้อวัวก็ได้) กับหอมใหญ่ ก็ได้กลิ่นหอมแบบร้านแล้ว แถมปรับรสได้ตามที่ชอบด้วย สิ่งที่เราชอบคือขั้นตอนมันตรงไปตรงมา: เริ่มจากผัดเนยกับหอมใหญ่ก่อน ให้หอมใหญ่เริ่มใสและมีกลิ่นหวานๆ แล้วค่อยใส่เนื้อสัตว์สไลด์ลงไป เนื้อสไลด์สุกไวมาก เหมาะกับคนไม่ค่อยมีเวลา แนะนำว่าให้ใช้ไฟกลางค่อนแรงช่วงแรกเพื่อให้ได้กลิ่น “กระทะร้อน” แล้วค่อยลดไฟตอนจะปรุงซอส จะช่วยไม่ให้ซอสไหม้ขม ส่วนซอส เราทำแนวเทอริยากิแบบง่ายๆ จากของที่บ้านมี เช่น ซีอิ๊วขาว + น้ำตาล + สาเก/มิริน (ถ้าไม่มีใช้เหล้าจีนหรือข้ามไปได้) แล้วเติมพริกไทยเยอะหน่อย กลิ่นจะพุ่งมาก ถ้าใครอยากให้ออกรสแบบร้านขึ้นอีกนิด ใส่ซอสเทอริยากิสำเร็จรูปช่วยได้เลย แล้วชิมปรับตามใจ: อยากหวานเพิ่มน้ำตาล อยากเค็มเพิ่มซีอิ๊วขาว ทริคเล็กๆ ให้ทำออกมา “เหมือนกินที่ร้าน”: - ข้าว: ใช้ข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวค้างคืนก็ได้ แต่ถ้าเป็นข้าวค้างคืนให้พรมน้ำเล็กน้อยก่อนอุ่น จะนุ่มขึ้น - เนื้อสไลด์: อย่าใส่เยอะเกินกระทะทีเดียว เพราะจะมีน้ำออกมา ทำให้ไม่หอมผัดเนย ถ้ามีเยอะให้ผัดเป็นรอบๆ - หอมใหญ่: ซอยหนาหน่อยจะได้ความหวานและความกรุบ เวลาโดนเนยแล้วหอมมาก - พริกไทย: ใส่ตอนท้ายสุดหรือโรยตอนเสิร์ฟ กลิ่นจะสดกว่า ถ้าทำอาหารกินเองแล้วเบื่อเนื้อสไลด์ ลองเปลี่ยนเป็นกุ้ง หมูสับ หรือเต้าหู้ก็เข้ากันดีเหมือนกัน เราชอบทำเป็น “จานเดียวจบ” โดยเพิ่มผักที่มีติดตู้ เช่น ข้าวโพด แครอท หรือเห็ด ใส่ตอนเนื้อใกล้สุก จะได้ไม่เละ สุดท้ายเรื่องเก็บของ: ซอสที่ผสมไว้สามารถทำเผื่อแล้วใส่ขวดแช่ตู้เย็นได้ 3–5 วัน เวลาอยากกินแค่ผัดเนยกับหอมใหญ่ ใส่เนื้อ แล้วราดซอส ก็ได้มื้ออร่อยแบบไม่ต้องคิดเมนูนาน ทำบ่อยแค่ไหนก็ไม่เบื่อจริงๆ








ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม