8 กรกฏาคม 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง ค้นแหล่งผลิต ‘น้ำส้มพร้อมดื่ม’ ไม่ได้มาตรฐาน ยึดเกล็ดส้มกระป๋องจีน ลักลอบนำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มี อย. น้ำหนักรวมกว่า 2,000 กิโลกรัม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.นพคุณ ทัศนมาลัย สว.กก.2 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ปอศ. เข้าตรวจค้น บริษัทแห่งหนึ่ง ภายในซอยอ่อนนุช 66 เขตประเวศ และโกดังไม่ติดเลขที่ ภายในซอยอ่อนนุช 66 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง เกล็ดส้มกระป๋องที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ จำนวน 112 ลัง รวม 672 กระป๋อง โดยแต่ละกระป๋องมีน้ำหนัก 3 กก. เป็นน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,016 กิโลกรัม
แจ้งข้อกล่าวหากับ น.ส.ลำไพ สงวนนามสกุล อายุ 44 ปี ความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242” อันเป็นความผิดตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่า บริษัทแห่งนี้มีพฤติการณ์ในการลักลอบนำเข้าสินค้า คือเกล็ดส้มกระป๋องที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ โดยนำเข้ามาจากประเทศจีนโดยไม่ขออนุญาตและเสียภาษีอากรอย่างถูกต้อง ซึ่งสินค้าดังกล่าวจำเป็นจะต้องมีการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ถูกต้องก่อน จึงจะนำเข้าสินค้าดังกล่าวเข้ามาภายในราชอาณาจักรได้
อีกทั้งยังมีการนำเกล็ดส้มกระป๋องดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตน้ำส้มพร้อมดื่มบรรจุขวดขายให้กับบุคคลทั่วไปอีกด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสดังกล่าวจึงได้ทำการสืบสวนและลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการผลิตและจำหน่ายน้ำส้มอยู่จริง และยังเก็บซุกซ่อนเกล็ดส้มกระป๋องโดยไม่ได้มีการขออนุญาตนำเข้าสินค้ามาโดยถูกต้อง จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อทำการขออนุมัติต่อศาลภาษีอากรกลาง เพื่อทำการตรวจค้นสถานที่จำนวน 2 จุด
เจ้าหน้าที่พบสินค้าประเภทเกล็ดส้มกระป๋องซุกซ่อนอยู่จำนวน 112 ลัง บรรจุลังละ 6 กระป๋อง รวมทั้งหมด 672 กระป๋อง น้ำหนักแต่ละกระป๋องประมาณ 3 กิโลกรัม เป็น น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,016 กิโลกรัม และยังเชื่อได้ว่าเป็นสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ เนื่องจากมีภาษาต่างประเทศแปะอยู่ตามกล่องลังบรรจุเกล็ดส้มดังกล่าว อีกทั้งยังพบ น้ำผลไม้บรรจุขวดขนาดต่าง ๆ ที่ผลิตโดยใช้เกล็ดส้มดังกล่าว และซากกระป๋องเกล็ดส้มที่ใช้ผลิตน้ำส้มไปแล้วอยู่อีกจำนวนหนึ่ง จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นได้สอบถามถึงเอกสารเพื่อพิสูจน์ถึงการผ่านพิธีการศุลกากรและการขออนุญาตเพื่อนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จากผู้ดูแลสถานที่/เจ้าของสินค้า พบว่ายังไม่สามารถนำมาแสดงได้
ต่อมาได้มี น.ส.ลำไพฯ กรรมการของบริษัทดังกล่าว ได้เข้ามาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าได้นำเกล็ดส้มที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดมานั้นไว้ทำการผลิตน้ำส้มบรรจุขวดเพื่อจำหน่ายจริง โดยจะทำการผลิตในช่ วงกลางคืนแล้วขายในช่วงกลางวัน ตามออเดอร์ที่ได้รับไว้ อีกทั้งให้การยอมรับว่าไม่สามารถแสดงเอกสารเพื่อพิสูจน์การผ่านพิธีการศุลกากร รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวกับการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้
ตำรวจจึงได้แจ้งว่าการกระทำของ น.ส.ลำไพฯ เป็นความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242” อันเป็นความผิดตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมได้เชิญตัวเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา















































