8 กรกฏาคม 2569
หญิงสาวในคลิปที่นอนสีชมพู แจ้งความ สภ.ปลวกแดง โดนเมียหลวงถ่ายคลิปประจาน ยัน โดนฝ่ายชายหลอกว่าโสดมาตลอด แจง วินาทีถูกบุกถ่ายคลิป ยิ้มเพราะเมาหนักจนไม่มีสติ เข้าใจว่ากลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่นั่งกินเหล้าด้วยกันเข้ามาหยอกล้อ บอก ไม่ขอคุยเมียหลวง ขอลุยสู้คดีในชั้นศาลให้ถึงที่สุด เพราะทำชีวิตพังจนต้องออกจากงาน
เวลา 16.00 นวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง หญิ งสาวรายหนึ่ง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล ที่นำคลิปวิดีโอของเธอไปเผยแพร่ และกล่าวหาว่าเธอเป็นชู้กับสามีคนอื่น โดยหญิงสาวรายนี้ เปิดใจกับสื่อมวลชนด้วยความเครียดและร้องไห้ตลอดเวลา ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว และเรื่องราวเกิดขึ้นเร็วมาก จนตั้งตัวไม่ทัน เนื่องจากในวันเกิดเหตุตนเองอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก จนขาดสติ
ยันฝ่ายชายบอก “โสด” และไม่รู้ว่าแต่งงานแล้ว
เธอระบุว่า ตนรู้จักกับฝ่ายชายที่ชื่อ ‘บอล’ ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ต่อมามีการพูดคุยและเริ่มจีบกันได้ประมาณ 1 เดือนเศษ ซึ่งที่ผ่านมา ตนเคยถามย้ำกับนายบอลหลายครั้ง ว่ามีครอบครัวหรือยัง แต่นายบอลยืนยันหนักแน่นและโกหกมาตลอดว่า "โสด"
เธอกล่าวว่า แม้แต่ในคลิปเหตุการณ์ นายบอลก็ย ังพูดว่า ตนเองโสด ส่วนเรื่องที่นายบอลจดทะเบียนสมรสหรือแต่งงานมีภรรยาอยู่แล้วนั้น ตนไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย ทราบเพียงแค่ว่า เขาเคยมีแฟนเก่ามาก่อนเท่านั้น
ส่วนประเด็นที่มีคนสงสัยว่า เมื่อเข้าไปในห้องพักของนายบอลแล้ว ไม่เห็นสิ่งผิดปกติหรือรูปถ่ายคู่เลยหรือ หญิงสาวระบุว่า ในวันเกิดเหตุเป็นการเดินทางไปบ้านนายบอลเป็นครั้งแรก หลังจากไปปาร์ตี้สังสรรค์กันมา ตอนนั้นตนยอมรับว่ามึนเมามาก เมื่อเข้าห้องไปก็มองแค่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้สังเกตสิ่งของบนผนังห้อง และตนคิดว่า ต่อให้มีรูปคนรักเก่าติดอยู่ ก็คงไม่แปลก เพราะคิดว่าเขาเลิกรากันไปแล้ว
สำหรับวินาทีที่ภรรยานายบอลบุกเข้ามาถ่ายคลิป ตอนที่เธอกำลังยิ้มอยู่นั้น เธออธิบายว่า ในตอนนั้นตนเมาหนักจนไม่มีสติ และเข้าใจไปเองว่า คนที่เข้ามาคือกลุ่มเพื่ อนผู้หญิงที่ไปนั่งกินเหล้าด้วยกันเข้ามาหยอกล้อ และถ่ายรูปเล่นกันตามปกติ ตนจึงยิ้มให้กล้องโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ขณะนั้นตนเองไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าอยู่ จนกระทั่งเริ่มสร่างเมาและตั้งสติได้ จึงรู้ว่าไม่ใช่เพื่อน
หญิงสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า กระแสสังคมที่รุมด่าทอ ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเองและครอบครัวอย่างรุนแรง พ่อและแม่โทรศัพท์มาร้องไห้ ถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ซึ่งตนต้องอธิบายให้ฟังว่าถูกหลอก ตอนนี้ตนเครียดจนกินข้าวไม่ได้ และเหมือนจะเป็นลม
ปัจจุบันต้องออกจากงาน เพราะไม่กล้าไปสู้หน้าใคร และคงจะไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ได้อีกต่อไป
"หนูอยากยืนยันว่า หนูไม่ใช่เมียน้อย หนูถูกหลอกให้รัก และไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ"
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรอยากจะฝากบอกถึงเมียหลวงที่กำลังดูอยู่หรือไม่ หญิงสาวปฏิเสธที่จะฝากข้อความใดๆ แต่ระบุชัดเจนว่า ตนได้แจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาท และอนาจาร ด้วยการนำคลิปไปประจานโดยไม่มีการเบลอหน้า ซึ่งจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และไปเจอกันในชั้นศาลเท่านั้น
เนื่องจากคลิปดังกล่าวถูกคนดูดไปเผยแพร่ต่อเป็นจำนวนมาก จนสร้างความเสียหายเกินกว่าจะรับได้ แม้ทางกฎหมายฝ่ายชายจะมีทะเบียนสมรส แต่ตนบริสุทธิ์ใจ เพราะถูกปิดบังข้อมูลมาตลอด จึงจะขอความยุติธรรมในชั้นศาลต่อไป






































