รวมหนังสือฮิลใจ(ฉบับคนหายซึมเศร้า)
หลังการผ่านการเยียวยามาหลายปี เราคิดว่าเรากลับมาได้ แต่ลึกๆยังรู้สึกชิ้นส่วนไม่ครบถ้วนสมบรูณ์
เราเริ่มจากเล่ม 1. เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงและอยากรับรู้มองมุมนักเขียนเกี่ยวกับซึมเศร้าซึ่งประทับใจเป็นพิเศษในเรื่อง“อย่าขึ้นรถไฟเหาะกับคนที่เป็นซึมเศร้า” ขอยกเรื่องนี้มาพูดเพราะหลายๆคนไม่รู้ว่าคนที่ต้องคอยดูแล หรือใช้ชีวิตอยู่กับคนซึมเศร้ามีโอกาสที่จะเป็นซึมเศร้าตาม หรือบางครั้งผู้ป่วยอาจกดดันคนรอบข้างโดยที่ไม่รู้ตัว
จากนั้นเราไปต่อที่เล่ม 2. อ่านแล้วร้องไห้หนักมากได้แงะเรื่องราวในอดีตที่บางเรื่องเราไม่เคยพูดกับจิตแพทย์ด้วยซ้ำ มุมมองละเอียดรอบด้าน หลายๆปมในใจเราถูกแงะออกเพราะหนังสือเล่มนี้ รักมากต้องขอบคุณนักเขียน เราไปอ่านเล่มอื่นของนักเขียนคนนี้แล้วแต่สำหรับเราเล่มนี้ดีที่สุด
ต่อไปเล่ม 3. พอเรารู้สึกดีขึ้นซึ่งจริงๆไม่ได้รู้สึกเศร้ามา 1-2 ปีแล้ว เราแค่รู้สึกกำลังตามหาตัวเอง ตามหาชิ้นส่วนที่ยังไม่ครบ เล่มนี้เป็นเหมือนการเข้าใจในมุมผู้หญิงของตัวเอง เข้าใจในธรรมชาติและสมองของเรา อ่านจบแล้วมันดี ดีมากๆ จิตใต้สำนึกเรากำลังกลอมสมองเราอยู่ รู้ให้ทันนะ
เล่มสุดท้ายเล่มที่ 4. เราเพิ่งอ่านจบ เล่มนี้เป็นเล่มที่ทำให้อยากรีวิวการเดินทางและการเติบโตภายในจิตวิญญาณของเราค่ะ พออ่านเล่ม 3. จบเราก็ยังรู้สึกอยู่ลึกๆว่าเรา“ไม่ควรค่า”กับบางสิ่งเสมอ เล่มนี้ทำให้เราได้คุยกับตัวเองถามจิตวิญญาณตัวเองว่าจริงหรือที่เราคิดแบบนั้นไม่ได้ถูกสังคมบีปบังคับให้คิดแบบนั้นแน่นะ เราใช้เวลากับเล่มนี้ 2 เดือนเต็มๆ อ่านไปซึมซับไป บางครั้งอ่านแล้ววางเพราะไปต่อไม่ไหว จนสามีทักว่ายังจะอ่านอีกหรอ? เธออ่านทีไรดูแย่ทุกที555 แต่เราอ่านจนจบแล้วค่ะ เรารู้สึกผ่านช่วงเวลาที่ยากสำหรับเรามาแล้ว ยากในการลดอีโก้ตัวเองลงและพูดคุยกับสิ่งที่อีโก้ตั้งกำแพงบังไว้อยู่ ปีนี้เราพูดกับสามีตลอดว่ารู้สึกเริ่มกลับมาเป็นตัวเองมากขึ้น ชิ้นส่วนต่างๆที่เคยแตกสลาย กลับมาประกอบกันจนเป็นตัวเราอีกครั้ง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีกับตัวเองสุดๆ อยากแบ่งปันเรื่องราวหนังสือฮิลใจของเราให้เพื่อนๆนักอ่าน หรือเพื่อนๆที่กำลังก้าวผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดของตัวเองทำสำเร็จให้ได้นะคะ
: รีวิวโดยความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ บางคนไม่อินอาจจะไม่เลยเป็นเรื่องธรรมดา จริตใครจริตมัน บางคนชอบกินหวาน บางคนชอบกินเค็มเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ❤️🩹


















