Microsoft Store บังคับอัปเดต ปิดไม่ได้ มีแต่พักชั่วคราว 🚨

ช่วงหลัง ๆ Microsoft Store บน Windows 10 และ Windows 11 ได้รับการอัปเดตเพิ่มความสามารถหลายอย่าง ที่บอกเลยว่าทำออกมาได้น่าใช้กว่าเดิมมาก ทำให้คนหันมาโหลดแอปผ่าน Store กันเยอะขึ้นเรื่อย ๆ นักพัฒนาก็สนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหลัง Microsoft ยกเลิกค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับผู้พัฒนาแบบบุคคล เรียกว่าทำให้มีคนหันมาเขียนแอปให้ฝั่งนี้มากขึ้น

.

แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้บางคนไม่ปลื้ม นั่นคือ Microsoft ตัดความสามารถในการ “ปิดการอัปเดตอัตโนมัติ” ของแอปออกไป ก่อนหน้านี้ใครไม่ชอบให้แอปอัปเดตเองก็แค่ปิดฟังก์ชันนี้ แล้วจะเลือกอัปเดตตอนไหนก็ได้ตามใจ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว

.

เหลือแค่การ “พักการอัปเดต” ซึ่งก็พักได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น และต้องเลือกว่าจะให้ระบบกลับมาอัปเดตอัตโนมัติในอีกกี่สัปดาห์ มีตัวเลือกตั้งแต่ 1 ถึง 5 สัปดาห์ หลังจากนั้น Store ก็จะเปิดโหมดอัปเดตเองและโหลดทุกอย่างโดยไม่ถามอีก

.

แนวคิดนี้จริง ๆ ไม่ได้ใหม่อะไร เพราะ Windows เองก็ใช้วิธีคล้ายกันกับการอัปเดตระบบ ที่จะให้พักได้เพียงช่วงสั้น ๆ แล้วสุดท้ายก็อัปเดตเองอยู่ดี เหตุผลหลักคือเรื่องความปลอดภัย Microsoft ไม่อยากให้ผู้ใช้ติดอยู่กับแอปหรือระบบเวอร์ชันเก่า ที่อาจมีช่องโหว่หรือเสี่ยงโดนโจมตีได้ เลยเลือกใช้วิธี “บังคับอัปเดต” เพื่อให้ทุกเครื่องปลอดภัยที่สุด ซึ่งก็เหมือนกับตอนที่บริษัทอัปเดตแอปพื้นฐานใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 ให้อัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้คนได้แอปเก่า ๆ ตั้งแต่การติดตั้งครั้งแรก

.

ถ้าใครไม่ชอบแนวคิดนี้จริง ๆ ทางออกก็ยังพอมีอยู่ เช่น เลือกโหลดแอปจากนอก Store เอาเอง หรือรอ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 ที่กำลังจะมา ที่จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมแอปติดเครื่อง รวมถึง Microsoft Store ได้มากขึ้นกว่าเดิม

.

ที่มา : neowin

#microsoft #ไอที #รวมเรื่องไอที #ไอที่น่ารู้

2025/8/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนค้นหา “ปิด Windows Defender Windows 10 ถาวร” เพราะเจออาการเครื่องหน่วงตอนสแกน, โหลดไฟล์แล้วโดนกัก, หรือใช้แอนตี้ไวรัสตัวอื่นอยู่แล้วเลยไม่อยากให้มันทำงานซ้ำ ๆ แต่จากที่ลองกับหลายเครื่อง ขอบอกตรง ๆ ว่า “ปิดถาวร” ใน Windows 10 รุ่นใหม่ ๆ ทำได้ยากมาก และถึงทำได้ก็มีโอกาสที่ระบบจะเปิดกลับเองหลังอัปเดต (แนวคิดเดียวกับ Microsoft Store ที่เดี๋ยวนี้ปิดอัปเดตถาวรไม่ได้ เหลือแค่พักชั่วคราว) สิ่งที่ทำได้จริงและปลอดภัยกว่า มีประมาณนี้: 1) ปิด/หยุดการป้องกันแบบชั่วคราว (Temporary) ไปที่ Windows Security > Virus & threat protection > Manage settings > ปิด Real-time protection อันนี้ช่วยตอนติดตั้งโปรแกรมบางตัวหรือทดสอบไฟล์ แต่ส่วนใหญ่ระบบจะเด้งกลับมาเปิดเองภายหลัง ถือว่า “ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น” เพื่อความปลอดภัย 2) เพิ่ม Exclusions แทนการปิดทั้งระบบ ถ้าโดนลบไฟล์เกม/ไฟล์เครื่องมือบ่อย ให้ไปที่ Virus & threat protection > Manage settings > Exclusions แล้วเพิ่มโฟลเดอร์/ไฟล์ที่ไว้ใจได้ วิธีนี้เป็นทางออกที่ใช้งานจริงที่สุด เพราะไม่ทำให้เครื่องโล่งแบบเสี่ยง ๆ แต่ลดปัญหากวนใจได้เยอะ 3) ถ้าจะใช้แอนตี้ไวรัสตัวอื่น ให้เช็กว่า Defender เข้าสู่โหมด Passive/ปิดตัวเองหรือยัง โดยปกติพอลง AV ที่เป็นของค่ายอื่น Windows จะปรับสถานะการป้องกันอัตโนมัติบางส่วน แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะหายไป 100% แนะนำให้เปิด Windows Security แล้วดูหัวข้อ “Virus & threat protection” ว่ามีผู้ให้บริการตัวไหนทำงานอยู่ เพื่อเลี่ยงชนกันจนเครื่องหน่วง 4) ปิดแค่บางฟีเจอร์ที่รบกวน (แบบพอดี ๆ) เช่น Cloud-delivered protection หรือ Automatic sample submission (อยู่หน้าเดียวกับ Real-time protection) บางเคสช่วยลดการแจ้งเตือนจุกจิกได้ แต่ยังเหลือเกราะพื้นฐาน ข้อควรระวังก่อนพยายาม “ปิดถาวร” ด้วยวิธีแรง ๆ วิธีตามเน็ตบางอันให้แก้ Group Policy/Registry หรือปิดบริการระบบ ซึ่งอาจทำให้เครื่องเสี่ยงมัลแวร์, เปิดกลับเองหลัง Windows Update, หรือเกิดปัญหากับการติดตั้งแอป/อัปเดตในอนาคตได้ ถ้าเป้าหมายคือแค่กันไฟล์โดนกัก แนะนำให้ใช้ Exclusions จะคุ้มกว่าและไม่ต้องไล่แก้ทีหลัง สรุป: ถ้าถามว่า “ปิด Windows Defender Windows 10 ถาวรได้ไหม” — ในทางปฏิบัติทำยากและไม่ค่อยแนะนำ ให้เลือก “หยุดชั่วคราว + ตั้งข้อยกเว้น” หรือใช้ AV ตัวอื่นแบบถูกวิธี จะได้ทั้งลื่นและปลอดภัยกว่า