Automatically translated.View original post

Boil hot water with electricity, reducing the temperature in the office.

200 Liter Water Boiler Electric System

5/11 Edited to

... Read moreหลังจากลองใช้ “หม้อต้มน้ำร้อน 200 ลิตร ระบบไฟฟ้า” ในพื้นที่ทำงานที่มีโซนครัว (คล้าย ๆ มุม Ctl kitchen ที่หลายคนทำไว้ในออฟฟิศ) สิ่งที่รู้สึกชัดคือความสะดวกเวลาใช้น้ำร้อนปริมาณเยอะ ๆ ต่อเนื่อง ไม่ต้องต้มน้ำทีละกาต้มหรือเปิดน้ำร้อนรอนาน เหมาะมากกับงานที่ต้องล้างอุปกรณ์ครัว ล้างแก้วจำนวนมาก ชงเครื่องดื่ม หรือเตรียมน้ำร้อนสำหรับงานบริการภายในสำนักงาน สิ่งที่อยากแชร์สำหรับคนที่กำลังค้นหา “หม้อต้มน้ำร้อน 200 ลิตร” คือ ก่อนซื้อให้เช็ก 3 เรื่องหลัก ๆ: พื้นที่ติดตั้ง/การระบายอากาศ, ระบบไฟ, และระบบท่อน้ำ 1) พื้นที่ติดตั้งและความร้อนสะสม หม้อต้มน้ำร้อนเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนอยู่แล้ว แม้จะมีฉนวน แต่เวลาทำงานต่อเนื่องห้องจะอุ่นขึ้น โดยเฉพาะถ้าห้องเล็กหรืออากาศไม่ถ่ายเท แนะนำให้วางในมุมครัวที่มีช่องลม/พัดลมระบาย หรือไม่ก็แยกห้องเครื่องไว้จะดีกว่า ถ้าหวังให้ “ช่วยลดอุณหภูมิ” ในห้องทำงาน อันนี้ต้องบอกตามตรงว่าโดยธรรมชาติหม้อต้มจะเพิ่มความร้อนมากกว่า วิธีทำให้ห้องเย็นลงจริง ๆ คือจัดตำแหน่งไม่ให้ความร้อนกระจายเข้าพื้นที่ทำงาน เช่น กั้นโซน/เพิ่มการระบายอากาศ 2) ระบบไฟและความปลอดภัย รุ่น 200 ลิตรส่วนใหญ่กินไฟพอสมควร ขึ้นกับกำลังวัตต์ของฮีตเตอร์ ควรให้ช่างไฟตรวจวงจร แยกเบรกเกอร์เฉพาะ และติดตั้งสายดินให้ครบ ถ้ามีป้าย/สวิตช์ EMERGENCE (ปุ่มฉุกเฉิน) ในพื้นที่ยิ่งดี เพราะช่วยตัดระบบได้ทันทีเมื่อมีเหตุผิดปกติ เช่น กลิ่นไหม้ น้ำรั่วใส่จุดไฟ หรือเครื่องทำงานแปลก ๆ 3) ระบบน้ำและการบำรุงรักษา เช็กแรงดันน้ำเข้า วาล์วกันกลับ และทางระบายน้ำทิ้งให้พร้อม ที่สำคัญคือ “ตะกรัน” ถ้าน้ำประปาพื้นที่มีความกระด้าง ใช้ไปนาน ๆ จะเกิดคราบสะสม ทำให้ร้อนช้าและกินไฟขึ้น แนะนำตั้งรอบล้างถัง/ถอดฮีตเตอร์ทำความสะอาดตามคู่มือ หรือพิจารณาติดตั้งตัวกรอง/ปรับสภาพน้ำเพื่อลดตะกรัน ทิปเล็ก ๆ จากการใช้งานจริง: ถ้าต้องใช้น้ำร้อนทั้งวัน ให้ตั้งอุณหภูมิแบบพอดี ไม่สูงสุดตลอดเวลา จะช่วยประหยัดไฟ และน้ำร้อน “พร้อมใช้” พอ ๆ กัน สำหรับออฟฟิศหรือครัวที่มีคนใช้หลายรอบต่อวัน หม้อต้มน้ำร้อน 200 ลิตรถือว่าคุ้ม แต่ต้องวางระบบไฟและความปลอดภัยให้จบตั้งแต่แรก จะใช้งานได้สบายใจกว่ามาก