Automatically translated.View original post

Book review. Stories never told from kiln to ashes.

ถ้าถามว่าทำไมถึงโดนใจมาก คงเป็นเพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครเล่ามาก่อนตามชื่อนั่นแหละ

Fire is coming, run | เรื่องไม่เคยเล่าจากเตาเผาถึงเถ้าถ่าน

10 คะแนน หรือ ★ ★ ★ ★ ★

เรื่องราวในฌาปนกิจสถานที่ถึงเล่าจากประสบการณ์ตรงของ “ต้าซือซยง” ที่ชีวิตพลิกผันจากที่เคยทำงานในห้องเย็นสู่ผู้ประจำการหน้าเตาเผาในฌาปนกิจสถาน

พล็อต/เนื้อเรื่องดีมาก หาอ่านอะไรแบบนี้ได้ยากมาก สนุก ลึกซึ้ง กินใจ ได้ข้อคิดเยอะมาก มีการตั้งคำถามกับสิ่งที่ญาติทำให้กับผู้ตายที่จิกกัด ตลกร้าย แต่ก็เข้าใจได้กับสิ่งที่ทำ ทุกสิ่งมีนัยของมันอยู่ และเราจะได้อ่านสิ่งที่ญาติของผู้ตายพูด หรือมุมมองที่มีต่อผู้ตาย ซึ่งก็มีหลายแบบมาก ผมว้าว อึ้ง ทึ่งมาก ไม่เคยอ่าน เคยฟัง หรือเคยดูอะไรแบบนี้มาก่อน บางบทก็เศร้า ๆ นะ แต่ไม่ถึงกับเสียน้ำตา

การดำเนินเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว เป็นการเล่าถึงผู้วายชนม์หลาย ๆ คนที่เข้ามาที่ฌาปนกิจสถานว่าเป็นใครแบบแบบคล่าว ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดเยอะ แต่ที่ลงลึกเรื่องของญาติ ๆ ที่มาส่งผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายว่าเป็นแบบไหน พูดถึงผู้ตายอย่างไร รวมถึงมุมมองความคิดจากผู้เขียนด้วย แบ่งออกเป็นหลาย ๆ บทเยอะมาก แต่ละบทก็จะมีข้อคิดที่แตกต่างกันไป ทำให้น่าสนใจมาก อ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ ไม่น่าเบื่อ อ่านแล้วติดมือมาก ถึงแม้ความสนุกในบทที่ 2 จะดรอปลงไป แต่ก็ไม่ได้ติดอะไร

การคาดเดาเนื้อหาถือว่ายากมาก ทุกอย่างเกินคาดไปหมด ถึงไม่ได้เดาอะไรไว้ก็ยังรู้สึก “โอ้ว” มันเป็นแบบนี้หรอ มันมีความคิดแบบนี้ด้วยหรอ ประมาณนี้

โดยรวมดีมาก อ่านง่าย เข้าใจง่าย เป็นเล่มบาง ๆ ที่ได้ข้อคิดเยอะมาก ประทับใจมาก อยากแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองอ่าน แต่อย่าเชื่อผมมากนะ ที่ผมชอบมากน่าจะเเพราะช่วงนี้ผมอยากอ่านอะไรที่มันได้ข้อคิด หรืออ่านแนวที่พูดถึงชีวิตและความตายด้วย

ผู้เขียน : ต้าซือซยง

ผู้แปล : ชาญ ธนประกอบ

สำนักพิมพ์ : Page

หมวด : วรรณกรรมแปล

#นิยายน่าอ่าน #นิยายชีวิต #เรื่องไม่เคยเล่าจากเตาเผาถึงเถ้าถ่าน #ต้าซือซยง #pagepublishing

2/23 Edited to

... Read moreหนังสือเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรงของต้าซือซยง เจ้าหน้าที่ประจำเตาเผาศพที่ได้เฝ้ามองและสัมผัสเรื่องราวของผู้วายชนม์และญาติๆ แบบใกล้ชิด หลายครั้งที่ผมเองอ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของความตาย แต่แท้จริงแล้วมันสะท้อนภาพของชีวิตและความสัมพันธ์ในแง่มุมที่เราอาจไม่เคยได้คิดมาก่อน สิ่งที่น่าทึ่งคือผู้เขียนสามารถเล่าเรื่องได้อย่างตลกร้ายและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน บทแต่ละบทเหมือนเปิดหน้าต่างเล็กๆ ให้เราได้เดินไปสำรวจความรู้สึกของคนที่กำลังเผชิญกับความสูญเสีย ทั้งมุมมองแบบขำขัน และความเศร้าที่ลึกซึ้ง ซึ่งการตั้งคำถามกับธรรมเนียมและพฤติกรรมที่ญาติทำกับผู้วายชนม์ ทำให้เราได้คิดตามและหวนกลับมามองสิ่งที่เรียกว่าชีวิตในแง่มุมใหม่ นอกจากนี้ ผมยังประทับใจกับการดำเนินเรื่องที่รวดเร็วและกระชับ ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อที่จะอ่าน ถึงแม้ในบางช่วงอารมณ์จะดรอป แต่ก็ถือเป็นส่วนที่ทำให้เรื่องราวมีมิติและความลึกซึ้งมากขึ้นด้วย โดยส่วนตัว ผมแนะนำหนังสือเล่มนี้สำหรับคนที่กำลังมองหานิยายชีวิตที่แตกต่าง และอยากเปิดมุมมองเกี่ยวกับความตายแบบใหม่ที่ไม่เคยได้เห็นในหนังสือทั่วไป การที่ผู้เขียนใช้ประสบการณ์ตรงในการถ่ายทอดทำให้เรื่องราวมีความจริงใจและกินใจ รวมถึงให้แรงบันดาลใจให้ผู้อ่านใคร่ครวญถึงความหมายของชีวิตและการจากลาอย่างลึกซึ้ง