Manage raw materials, meat, as convenient as possible.
If you want to cook and have to wait to dissolve the whole meat, cut the meat.
I'm lazy. I don't want to do it. 🥓 The freshness of the meat is gone.
Chicken wings that have to be fermented despite eating only 4 pieces. 🍗
😊, we should prepare together.
Everything will be weighed for 1 meal / person
Flat slap 🙏
Soak it in the free channel. Time to use, it melts the ice. ☃️
And cook immediately. 🤤
It's easy to count what's left.
Reduce waste by 🥰👍
It's an idea. ❤️
# Keep the meat fresh for a long time # Trending # Save food ♪ Refrigerator fill # Make your own food
ช่วงที่เราเริ่มทำอาหารกินเองบ่อยๆ ปัญหาใหญ่คือ “หาเนื้อหมู/ไก่ให้พอดีมื้อ” กับ “ละลายไม่ทัน หิวแล้วขี้เกียจทำ” เลยเปลี่ยนมาเตรียมวัตถุดิบทีเดียวแบบเป็นระบบ แล้วชีวิตง่ายขึ้นมากค่ะ โดยเฉพาะวันที่ต้องออกไปซื้อของแถวบ้าน—บางทีเราก็เสิร์ชหา “หมูอินเตอร์ใกล้ฉัน” เพื่อหาจุดซื้อที่ใกล้และสะดวก แล้วกลับมาจัดเข้าฟรีซให้เรียบร้อย ทริคที่ทำแล้วเวิร์กคือ แบ่งเป็น “ถุงละ 1 มื้อ/1 คน” ไปเลยค่ะ ของที่เราชอบทำจะมีปีกไก่ อกไก่ หมูสับ และหมูสไลด์ โดยจะชั่งน้ำหนักไว้คร่าวๆ เช่น 120 กรัมสำหรับหมูสับ/ไก่ชิ้น หรือ 120–130 กรัมสำหรับหมูสไลด์ (ปรับได้ตามปริมาณที่บ้านกินจริง) ข้อดีคือเวลาอยากผัดกะเพรา/ต้มจืด/ชาบูผัดแห้ง ก็หยิบออกมา “1 ถุงจบ” ไม่ต้องเดาว่าจะพอมั้ย สำหรับไก่ เราจะลอกหนังออกก่อนถ้าตั้งใจทำเมนูคลีนๆ แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ จากนั้นหมักไว้เลยก็ได้ค่ะ รอบที่ชอบคือหมักนมสดให้เนื้อนุ่ม หรือหมักแบบกลางๆ (เกลือ พริกไทย กระเทียม) เพื่อให้หยิบไปทำเมนูไหนก็เข้า ส่วนปีกไก่ถ้าซื้อมาเยอะๆ เราจะแบ่งถุงละ 4 ชิ้นพอดีกิน ไม่ต้องละลายทั้งถุงใหญ่ ขั้นตอนสำคัญที่อยากเน้นคือ “ตบให้แบน” ก่อนแช่แข็งค่ะ ถุงแบนๆ จะเย็นเร็ว ละลายเร็ว และเรียงในช่องฟรีซเป็นระเบียบมาก เวลาจะใช้ก็เอาออกมาวางช่องธรรมดาไว้สักพัก หรือแช่น้ำให้คลายตัวเร็ว (ยังอยู่ในถุงปิดสนิท) ก็พร้อมลงกระทะทันที อีกอย่างที่ช่วยลดอาหารเสียคือการติดฉลากง่ายๆ เช่น เขียนว่า หมูสับ 120g / หมูสไลด์ 130g / อกไก่ 120g พร้อมวันที่แช่ แค่นี้เราจะนับสต๊อกได้ว่าเหลืออะไรบ้าง และวางแผนเมนูได้ลื่นขึ้นมากค่ะ









