มาทำ Challenge กิจกรรม CSR กับแบรนด์ RIDDARA
พร้อมทดสอบสมรรถนะรถกระบะไฟฟ้า กับ กระบะน้ำมันกันค่ะ
ขาไป บรรทุกหนัก 600 กก. ขากลับ บรรทุก 100 กก.
จะบรรทุกหนักแค่ไหนต้นทุนต่อกิโลเมตรก็ "แทบไม่ต่างกัน"
นี่คือคำตอบของคำว่ารถใช้งานจริง!
ECON บรรทุก 600 กก. มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 1.61 บาท/กม.
RD6 มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 1.24 บาท/กม.
ในขณะที่กระบะน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.67 บาท/กม.
เท่ากับว่า ขับทุก 1 กม. ประหยัดได้ประมาณ 2.5 บาท
วิ่งปีละ 50,000 กม. เงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มขึ้น 125,000 บาท/ปี
ขนาดทดสอบด้วยการชาร์จด่วน (7.9 บาท/หน่วย) ยังประหยัดขนาดนี้ ถ้าชาร์จไฟบ้าน (3 บาท/หน่วย) ต้นทุนจะเหลือ ไม่ถึง 1 บาท/กม.
จากประสบการณ์ส่วนตัวในการใช้งานรถกระบะไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ผมพบว่าการเลือกใช้รถกระบะไฟฟ้าอย่าง RIDDARA ช่วยประหยัดต้นทุนค่าพลังงานได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขนส่งสินค้าหนักที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูง ผมเคยลองบรรทุกของหนักประมาณ 600 กิโลกรัมในน้ำหนักคงที่ ระยะทางเกือบ 250 กิโลเมตรระหว่างโคราชถึงกรุงเทพ พบว่ารถกระบะไฟฟ้า RIDDARA RD6 มีค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตรเพียงประมาณ 1.24 บาท เทียบกับกระบะน้ำมันที่ใช้ค่าเชื้อเพลิงเฉลี่ยราว 3.67 บาทต่อกิโลเมตร นั่นหมายความว่าประหยัดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 3 เท่า นอกจากนี้ในกรณีที่ชาร์จไฟด้วยไฟบ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3 บาทต่อหน่วย ต้นทุนลดเหลือไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ยิ่งทำให้ประหยัดเงินได้มากขึ้นในระยะยาว การชาร์จด่วนที่ราคาสูงกว่าก็ยังอยู่ในระดับที่คุ้มค่า การขับขี่ในสภาพจริงที่มีน้ำหนักบรรทุกหนักและเบาก็ยังคงเห็นความคุ้มค่าในเรื่องต้นทุน ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่ารถกระบะไฟฟ้าไม่เพียงเหมาะกับการใช้งานทั่วไป แต่ยังเหมาะกับงานที่ต้องการสมรรถนะและประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะใช้งานจริงเพื่อการขนส่งหรืองานเชิงพาณิชย์ การเลือกกระบะไฟฟ้าอย่าง RIDDARA RD6 นับเป็นทางเลือกที่ดี ช่วยเพิ่มกำไรและลดต้นทุนได้อย่างเห็นได้ชัด







