ไทยย้ำชัด! จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง หลังเขมรเปิดก่อน-ละเมิดกฎหมายสากล
กองทัพบกยืนยันไทยใช้สันติวิธีมาโดยตลอด แต่จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง หลังกัมพูชาละเมิดอธิปไตย เปิดโจมตีก่อน และวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ในเขตไทย ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ พร้อมชี้ว่าเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน กัมพูชาว่าก่ออาชญากรรมสงคราม ทั้งการโจมตีพลเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งโบราณสถาน ใช้พลเรือนเป็นโล่กำบัง และเผ ยแพร่ข่าวปลอมบิดเบือนข้อเท็จจริง ไทยย้ำยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เคยรุกรานใครก่อน และพร้อมพิสูจน์ความจริงต่อสายตาชาวโลก
#ข่าวกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวtiktok #ทหารไทย #กระทรวงกลาโหม
สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงหลัง จากกรณีกัมพูชาเปิดโจมตีก่อน พร้อมวางทุ่นระเบิด PMN-2 ในเขตแดนไทย ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ เป็นประเด็นที่นำมาซึ่งการถกเถียงในด้านกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อนุสัญญาออตตาวา หรือ Ottawa Treaty ซึ่งประเทศที่เข้าร่วมต้องละเมิดการใช้และสะสมทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลทั้งหมด เพื่อปกป้องชีวิตพลเรือนและลดความเสียหายที่เกิดขึ้นในสงคราม แต่สถานการณ์ในชายแดนนี้ถูกชี้ว่าเป็นการฝ่าฝืนอย่างชัดเจน ทำให้กองทัพบกไทยต้องออกมายืนยันการใช้สันติวิธีและย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องตัวเองจากการละเมิดอธิปไตย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ากัมพูชาได้ก่ออาชญากรรมสงครามผ่านการโจมตีพื้นที่พลเรือน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งโบราณสถาน รวมถึงการใช้พลเรือนเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง กรมกลาโหมของไทยได้แสดงความพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐานต่อสาธารณะต่อไป สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในประเด็นนี้ ควรเข้าใจว่าการปฏิบัติของกองทัพไทยเป็นการตอบโต้ในกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อผูกพันของประเทศที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน ขณะเดียวกันยังต้องระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียในหมู่ประชาชนอย่างไม่จำเป็น ประเด็นนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค โดยมีความสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือหลักกฎหมายสากลเพื่อรักษาความสงบและสันติภาพอย่างยั่งยืน





