‘เพื่อไทย’ ปลุกพลัง ส.ส. ลุยงาน 4 ปีเต็มสูบ หวังฟื้นศรัทธากลับมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง
(14 มี.ค. 69) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำแถลงยันยังไม่มีการคุยเรื่องโควตารัฐมนตรี ชี้เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อ ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มั่ นใจไม่ว่าจะอยู่กระทรวงใดก็สร้างผลงานได้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศและกู้คะแนนนิยมกลับมา ส่วนนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ลั่นจะใช้อายุรัฐบาล 4 ปีนี้ให้คุ้มค่าที่สุด สั่ง ส.ส. ลงพื้นที่จริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
#ข่าวtiktok #ข่าวการเมือง #จัดตั้งรัฐบาล #การเมืองไทย #ประธานสภา
การเมืองเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและมีผลต่อชีวิตประจำวันของเราทุกคน ในฐานะที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยอย่างใกล้ชิด ผมมองว่าการปลุกพลังของ ส.ส.เพื่อไทยในปีนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นจริงจังในการทำงานเพื่อประชาชน เพราะนอกจากคำพูดแล้ว การที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ออกคำสั่งให้ ส.ส.ลงพื้นที่อย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรับฟังและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ที่ตนดูแล จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการลงพื้นที่บ่อยครั้งทำให้ ส.ส. เข้าใจปัญหาของประชาชนได้ดีขึ้น เช่น ปัญหาในเรื่องสาธารณูปโภค ปัญหาความเป็นอยู่ หรือแม้แต่ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ประชาชนเผชิญในแต่ละจังหวัด การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเปิดช่องให้ประชาชนมีส่วนร่วม แจ้งปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไข ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความศรัทธาต่อพรรคการเมืองมากขึ้น นอกจากนี้ การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยเรื่องโควตารัฐมนตรี แต่เลือกที่จะโฟกัสที่ผลงานนั้น ผมเห็นว่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริงที่เห็นผล การสร้างผลงานและจัดการกับความต้องการของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากจะช่วยกู้คะแนนนิยมกลับคืนมาแล้ว ยังถือเป็นการสร้างความยั่งยืนให้พรรคในอนาคตด้วย ในช่วง 4 ปีข้างหน้า การมี ส.ส. ที่ลงพื้นที่จริงจังและตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทยและนักการเมืองโดยรวม ผมมีความหวังว่าไม่ว่าจะผ่านอุปสรรคหรือสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร การทำงานอย่างต่อเนื่องและจริงจังจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นสำหรับคนไทยทุกคน









