"ไชยชนก" ยอมรับรู้จักผู้ชนะประมูล TH-AI Passport ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
(11 มิ.ย. 69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงในเวที TH-AI Passport Forum กรณีพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตเรื่องความโปร่งใสและสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้รับจ้างโครงการ TH-AI Passport โดยยอมรับว่ารู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ได้รับงานจริงเนื่องจากเคยทำงานในภาคเอกชนมาก่อน แต่ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ พร้อมโต้กลับว่าการที่เอกชนเสนอศักยภาพระบบสูงกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำใน TOR เป็นผลดีต่อภาครัฐและประชาชน ซึ่งหากดำเนินการไม่ได้ตามที่เสนอไว้ก็มีบทลงโทษตามสัญญาอยู่แล้ว
#ข่าวtiktok #ดราม่าth_ai #th_aipassport #ข่าวการเมือง #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
จากกรณีการชี้แจงของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการ TH-AI Passport ทำให้หลายคนสนใจในกระบวนการประมูลและความโปร่งใสของโครงการนี้มากขึ้น ในประสบการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าการประมูลโครงการรัฐนั้น นอกจากจะต้องมีความโปร่งใสแล้ว การเสนอศักยภาพระบบที่สูงกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำในข้อกำหนดการประมูล (TOR) ก็ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของบริการที่ภาครัฐจะนำไปใช้กับประชาชนได้จริง แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีการตรวจสอบและรับประกันคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าเอกชนที่ชนะการประมูลสามารถดำเนินงานได้ตามที่เสนอไว้จริง จากคำชี้แจงของรัฐมนตรีที่ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งเป็นหน้าที่ของข้าราชการประจำ แสดงให้เห็นถึงการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ทางการบริหาร และช่วยบรรเทาความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประชาชนและนักการเมืองอาจตั้งคำถาม อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังและตรวจสอบอย่างต่อเนื่องจากภาคประชาชนและสื่อมวลชนยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการนี้มากยิ่งขึ้น และทำให้โครงการ TH-AI Passport สามารถดำเนินไปอย่างโปร่งใสและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคมได้จริง ประสบการณ์ส่วนตัวกับโครงการเทคโนโลยีของภาครัฐหลายโครงการ เคยเห็นว่าความชัดเจนเรื่องบทบาทและความรับผิดชอบช่วยลดความคลุมเครือและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้มาก ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารที่ชัดเจนดังเช่นในกรณีนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและควรส่งเสริมต่อไป
























