กรมสุขภาพจิตแนะดูแลสุขภาพใจ หลังเกิดภาวะโศกเศร้าจากเหตุการณ์ สิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
(15 มิ.ย. 69) นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงภาวะโศกเศร้าร่วมของสังคม (Mass Grief) หลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ตามธรรมชาติ โดยกรมสุขภาพจิตได้เตรียมระบบบริการรองรับและแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพใจด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการติดตามข้อมูลที่กระตุ้นอารมณ์ซ้ำๆ ทั้งนี้หากความเศร้ารุนแรงจนกระทบการใช้ชีวิต สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
#ข่าวtiktok #พระองค์ภาสิ้นพระชนม์ #กระทรวงสาธารณสุข #กรมสุขภาพจิต #ภาวะโศกเศร้า
ช่วงเวลาของความสูญเสียครั้งใหญ่ในสังคมไทยเช่นการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทำให้หลายคนรู้สึกสูญเสียและโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของมนุษย์ที่มีต่อการสูญเสียบุคคลสำคัญ จากประสบการณ์ของผมเอง เมื่อเผชิญกับข่าวที่ทำให้รู้สึกโศกเศร้า สิ่งที่ช่วยได้มากคือการดูแลสุขภาพกายและใจอย่างจริงจัง เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การหาเวลาว่างทำกิจกรรมที่ชอบ หรือแม้แต่พูดคุยแบ่งปันความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจได้ ซึ่งช่วยลดความเครียดและความเศร้าได้อย่างมาก นอกจากนี้ ผมยังแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เท่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงการเสพข่าวที่ซ้ำซากหรือเน้นด้านลบ เพราะอาจทำให้อารมณ์แย่ลงเรื่อย ๆ ซึ่งกรมสุขภาพจิตก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้เพื่อปกป้องสุขภาพใจของประชาชนทุกคน สำหรับผู้ที่พบว่าความเศร้ารุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรรีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ซึ่งเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำและการสนับสนุนที่เหมาะสม โดยสรุป การดูแลใจในช่วงภาวะโศกเศร้าสาธารณะ ไม่เพียงแค่ช่วยให้เราผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง แต่ยังสอนให้เราเข้าใจความสำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างมีสติและความมั่นคงในอนาคต


































