"ยศชนัน" นำทีม กระทรวง อว. หารือ AXELERA AI พัฒนาชิปประมวลผล ดึงไทยร่วมวง Physical AI ระดับโลก
(16 มิ.ย. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะเข้าพบหารือกับบริษัท AXELERA AI ผู้พัฒนาชิปประมวลผลระบบเปิด (Open System) เพื่อวางแผนความร่วมมือ 2 ด้านหลัก คือการพัฒนากำลังคนให้รองรับแอปพลิเคชัน Physical AI สำหรับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม และการ วางแผนคิกออฟโครงการร่วมกันในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงเป้าหมายการสร้างความร่วมมือที่หลากหลายเพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงอย่างเดียว
#ข่าวtiktok #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #ข่าวนวัตกรรม #ข่าวการศึกษา #นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การพัฒนา Artificial Intelligence (AI) โดยเฉพาะ Physical AI ซึ่งหมายถึงการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในระบบจริง เช่น หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในโรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นแนวทางสำคัญที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก จากประสบการณ์ของผมเอง การที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้ความสำคัญกับการสร้างกำลังคนที่มีทักษะรองรับเทคโนโลยี Physical AI นั้น ถือเป็นการวางรากฐานที่ดีเยี่ยม เพราะในอนาคตระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการผลิตและอุตสาหกรรม จึงต้องมีบุคลากรที่สามารถพัฒนาและบำรุงรักษาเครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจับมือกับ AXELERA AI ที่พัฒนาชิปประมวลผลระบบเปิด (Open System) ยังช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีเฉพาะจากต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ไทยสามารถสร้างนวัตกรรมในประเทศเองและมีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจได้มากขึ้น ผมมองว่าโครงการคิกออฟที่จะเริ่มในเดือนกรกฎาคมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษา เพื่อเร่งผลิตบุคลากรมืออาชีพที่เข้าใจและใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยโดยรวม และทำให้ไทยมีก้าวเท่าเทียมในเวที Physical AI ระดับโลก สำหรับผู้ที่สนใจติดตามและร่วมมือในด้านนี้ แนะนำว่าเราควรให้ความสำคัญกับการศึกษาและฝึกอบรมด้าน AI รวมถึงการทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยในประเทศมีพื้นที่พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง



