“ยศชนัน” เปิดเวที สอวช. ครั้งที่ 1 ชูยุทธศาสตร์ MOIP พลิกโฉม อววน. ดันไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง
(1 ก.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะของ สอวช. ครั้งที่ 1 โดยนำกลยุทธ์ MOIP (Mission-Oriented Innovation Policy) มาใช้กำหนดภารกิจท้าทายเพื่อสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยจะถอดบทเรียนความสำเร็จจากประเทศชิลีเพื่อก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยใช้กลไกการทูตวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลกและทำงานแบบบูรณาการร่วมกับ 10 กระทรวงภาคี เพื่อยกระดับรายได้ประชาชนและสร้างระบบประเมินผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ให้เป็นมาตรฐานสากล พร้อมขับเคลื่อนหมุดหมายสำคัญภายในปี 2030 เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
#ข่าวtiktok #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #อววน #สอวช #moip
การใช้ยุทธศาสตร์ MOIP (Mission-Oriented Innovation Policy) เป็นแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับประเทศไทย เนื่องจากช่วยเน้นการสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภารกิจที่ท้าทายและส่งผลลัพธ์ที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจและสังคม ผมเองในฐานะที่ติดตามนโยบายของกระทรวงอว. ก็เห็นว่าแนวทางนี้เหมาะสมกับการยกระดับรายได้ประชาชนในระยะยาว กลไก ‘ทูตวิทยาศาสตร์’ ที่กลุ่ม สอวช. ได้นำมาใช้เชื่อมโยงเทคโนโลยีระดับโลก ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่จะช่วยให้ไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันการทำงานบูรณาการกับ 10 กระทรวงภาคี สะท้อนถึงความร่วมมือระดับประเทศที่กว้างขวางและจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ซับซ้อน เช่น กับดักรายได้ปานกลาง ผมมองว่าการตั้งเป้าหมายสร้างระบบประเมินผลลัพธ์แบบเรียลไทม์ เพื่อความโปร่งใสและได้มาตรฐานสากล จะช่วยกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆ สามารถติดตามและปรับปรุงแผนงานอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ในทางปฏิบัติที่จับต้องได้มากขึ้น ทั้งยังทำให้ภาครัฐและประชาชนเห็นภาพชัดเจนถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สำหรับประเทศไทย การเรียนรู้จากประเทศชิลีที่สามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางได้นั้น นับเป็นกรณีตัวอย่างที่ดี ที่สามารถนำมาปรับใช้กับบริบทของไทยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผมหวังว่ากลยุทธ์ MOIP และความร่วมมือข้ามกระทรวงนี้จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่วางไว้ภายในปี 2030 อย่างเต็มประสิทธิภาพ


