ปกครอง-ตำรวจ-สบส. บุกทลายแก๊ง “พ่อไทยทิพย์” สวมสิทธิ์สัญชาติเด็กต่างด้าวทะลุ 1,500 ราย
(24 ก.ค. 2569) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายขบวนการ “พ่อไทยทิพย์” ลักลอบสวมสิทธิ์แจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าวเพื่อขอสัญชาติไทย โดยจับกุมผู้ต้องหาชุดล่าสุดไ ด้ครบแก๊ง 4 ราย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบเด็กต้องสงสัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกกว่า 1,480 ราย รวมถึงโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ
#ข่าวtiktok #สวมสิทธิ์ต่างด้าว #พ่อทิพย์ #กระทรวงมหาดไทย #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของปัญหาการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อระบบทะเบียนราษฎรและนโยบายสัญชาติของประเทศ ในฐานะที่เคยติดตามข่าวและเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน พบว่าการลักลอบสวมสิทธิ์สัญชาติเด็กต่างด้าวไม่เพียงแต่สร้างความยุ่งยากในการบริหารจัดการข้อมูลประชากร แต่ยังอาจเปิดช่องให้กลุ่มบุคคลไม่หวังดีใช้สิทธิประโยชน์ของรัฐโดยมิชอบ การเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้มงวดกว่าเดิม จากข้อมูลที่แถลงต่อสื่อมวลชน การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งกรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในระดับรัฐบาล การตรวจสอบเด็กต้องสงสัยในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 1,480 ราย และการขยายผลไปยังโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นถึงมิติความซับซ้อนของขบวนการและการใช้ข้อมูลสุขภาพในการสวมสิทธิ์ กรณีนี้สะท้อนความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐต้องเพิ่มมาตรการป้องกันและตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ประสบการณ์ส่วนตัว พบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีบทบาทสำคัญในการป้องกันปัญหาดังกล่าว การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลก็เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการลักลอบสวมสิทธิ์ในอนาคต โดยรวมแล้ว เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การบูรณาการงานระหว่างภาครัฐและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคล จะช่วยป้องกันและลดการกระทำผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมอย่างยั่งยืน



