ใครมีพฤติกรรมไหนบ้างยอมรับมาซะดีๆ
เวลาคนค้นคำว่า “พฤติกรรมของสัตว์” หลายครั้งเขาไม่ได้อยากรู้แค่ว่าน้องหมาน้องแมวทำท่าอะไรหมายถึงอะไร แต่กำลังหาคำตอบว่า “พฤติกรรมไหนของเรา/ของสัตว์เลี้ยง” ที่กระทบสุขภาพแบบไม่รู้ตัวด้วย เราเองก็เคยเป็นสายตามใจลูกมากๆ โดยเฉพาะตอนเห็นลูกมานั่งอ้อน อยู่ข้างๆเรา ทำตาใสๆ แล้วเราก็เผลอทำหลายอย่างที่คิดว่าแค่นิดเดียวคงไม่เป็นไร 1) เทอาหารไว้ให้ทั้งวัน (กินไม่เป็นเวลา) พฤติกรรมนี้เจอบ่อยมากในบ้านที่อยากให้ลูก “ไม่หิว” แต่ผลคือบางตัวจะกินไม่หยุด กะปริมาณไม่ได้ น้ำหนักขึ้นง่าย และที่น่ากลัวคือเวลาเขาเริ่มป่วย เราจะสังเกตยาก เพราะไม่รู้ว่าเขากินหมดไหม หรือไม่กินอะไรเลย ถ้าสัตว์เลี้ยงป่วยแล้วไม่แสดงอาการชัดๆ การดูจาก “การกินอาหาร” เป็นสัญญาณสำคัญมาก 2) ให้กินเยอะเพราะอยากให้ดูอิ่ม/ดูน่ารัก ความอ้วนในสัตว์เลี้ยงไม่ได้น่ารักอย่างเดียว มันพาโรคเรื้อรังตามมา เช่น ปัญหาข้อเสื่อม โดยเฉพาะน้องหมาที่น้ำหนักเกินจะลงข้อมากขึ้น เราเคยคิดว่าอ้วนเดี๋ยวค่อยลดได้ แต่พอเริ่มเดินช้า ลุกนั่งลำบาก ถึงรู้ว่าเสี่ยงจริง 3) แบ่งอาหารคนให้ชิม “นิดเดียว” อันนี้เจ้าของใจอ่อนต้องระวัง เพราะอาหารคนส่วนใหญ่มีสารปรุงแต่งและโซเดียมสูง บางบ้านให้ไก่ต้ม/หมูต้มก็ยังเผลอปรุง หรือติดรสจากอาหารอื่นๆ ระยะยาวมีโอกาสกระทบไต โดยเฉพาะแมวและหมาที่เริ่มมีปัญหาไตอยู่แล้ว 4) เน้นโปรตีนอย่างเดียว หวังให้กล้ามใหญ่ๆ เราเคยหลงทางกับคำว่า “โปรตีนเน้นๆ” แต่พออ่านและถามผู้เชี่ยวชาญถึงรู้ว่า ถ้าสารอาหารไม่สมดุล ไม่ครบถ้วน อาจทำให้ขาดสารอาหารบางตัวที่สำคัญกับการเจริญเติบโต รวมถึงพัฒนาการสมองและสายตา โดยเฉพาะลูกสัตว์วัยกำลังโต 5) วิธีปรับแบบทำได้จริงในบ้านเรา - จัดเวลาให้อาหารให้ชัด (เช่น 2 มื้อ/วัน) และเก็บชามเมื่อหมดเวลา - ชั่งอาหารตามน้ำหนักและช่วงวัย ไม่ใช้ “กะเอา” - เลี่ยงบุฟเฟต์ตลอดวัน ถ้าน้องกินยากให้แบ่งเป็นมื้อย่อยแทน - งดอาหารคน ถ้าอยากให้รางวัลใช้ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงและคุมปริมาณ ถ้าบ้านไหนลูกกินยากจริงๆ ลองจด “อายุ + น้ำหนัก + ยี่ห้ออาหารที่กิน + พฤติกรรมการกิน” แล้วค่อยปรึกษาสัตวแพทย์ จะได้ปรับแบบตรงจุด เป้าหมายไม่ใช่ให้เขาอิ่มที่สุด แต่ให้เขาอยู่กับเรานานๆ และไม่ต้องไปนอนทรมานที่โรงพยาบาลค่ะ











