แผงกั้นไม่ปิดจุดตัดรถไฟ รถยนต์ ใครต้องรับผิด

คำพิากษาศาลฏีกาที่ 2703 / 2537

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐาน“กระทำโดยประมาท”เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ( จำเลยที่ 1 ขับรถไฟ , จำเลยที่ 2 ขับรถกระบะ )

ศาลชั้นต้น ลงโทษ ( มาตรา 291 ) จำคุกคนละ 1 ปี

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฏีกา ( ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณา และลงชื่อศาลชั้นต้นอนญาติให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง )

ศาลฏีกา วินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสอง ขับรถยนต์กระบะจะผ่านทางรถไฟ ซึ่งมีป้ายบอกเครื่องหมายมี ทางรถไฟข้างหน้าแสดงไว้ รวมทั้งมีสัญญาณ “ หยุด ” ในระยะ 5 เมตร ก่อนถึงทางรถไฟ แม้นพนักงานปิด เปิดเครื่องกั้น ยังไม่นำแผงกั้นลงปิดทางรถยต์ก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง ดูแลความปลอดภัยให้แน่เสียก่อน โดยชลอความเร็ว และหยุดรถมอง ซ้าย ขวา ต่อเมื่อปลอดภัยแล้วจึงขับรถต่อไปได้ แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ปฎิบัติ จนเป็นเหตุให้ รถกระบะที่จำเลยที่ 2 ขับเกิดชนกับขบวนรถไฟ จำเลยที่ 2 จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ส่วนจำเลยที่ 1 ก่อนเกิดเหตุ เครื่องกั้นหมุนลงมาเพียง 1 เมตร และสัญญาณไฟ 5 ดวงไม่ติด (ตามระเบียบข้อบังคับ และระเบียบการเดินรถ )

ในกรณี พนักงานขับรถไม่เห็นสัญญาณอนุญาต ให้พนักงานหยุดขบวนรถใกล้ถึงถนนผ่านเสมอระดับทาง และดูให้แน่ชัดว่า ไม่มีสิ่งกีดขวางแล้ว ก็ให้นำขบวนรถผ่านไปได้

กรณีจำเลยที่ 1 ไม่หยุดรถ เป็นการงดเว้นการปฎิบัติตามข้อบังคับ และระเบียบการเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดชนกับจำเลยที่ 2 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

จำเลยที่ 1 ( คนขับรถไฟ ) ผิดตามฟ้อง เห็นด้วยกับศาลล่างทั้งสอง

จำเลยทั้งสองขอให้ลงโทษสถานเบา และขอรอ

รอการลงโทษจำเลยที่ 1 และมีโทษปรับ

จำเลยที่ 2 ปรับ 3,000 บาท รอการลงโทษ 2 ปี ตามมาตรา 56

เรื่องแบบนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นมาจำนวนหลายครั้ง แต่ละครั้งมีผู้บาดเจ็บ ล้มตาย และไม่ได้รับการแก้ไข

ความรับผิดจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่คนขับรถทั้งสองฝ่ายหรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งควรรวมไปถึงหน่วยงานระดับนโยบายให้รีบมาดำเนินการ “ ล้อมคอก ” โดยเร็ว ก่อนที่จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เช่น เหตุโศกนาฏกรรม รถไฟชนรถเมล์จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณแยกอโศก ดินแดง เป็นบทเรียนราคาแพงในด้านของความปลอดภัย

ส่วนในสำนวนคดีจะเป็นอย่างไร ในแต่ละคดี แต่ละเรื่องราว ใครต้องรับผิดนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในสำนวนคดี

เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมรถไฟกับรถยนต์มาเผชิญกันอีก ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข นำเทคโนโลยี การเชื่อมต่อสัญานจราจรกับระบบการรถไฟ เพื่อไม่ให้รถยนต์ถูกกักติดอยู่บนทางรถไฟอีกขณะติดไฟแดง

บุคลากร เข้มงวดคุณสมบัติ หรือเคร่งครัดกับผู้ที่หยุดรถทับจุดตัดทางรถไฟ 🙏

5/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์จริงกับจุดตัดทางรถไฟหลายแห่ง พบว่าแม้ว่าจะมีแผงกั้นและสัญญาณไฟเตือน แต่บางครั้งก็มีความผิดพลาดเช่นแผงกั้นไม่ปิดหรือสัญญาณไฟไม่ทำงานเหมือนในคดีนี้ การขับรถผ่านทางรถไฟจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด โดยเฉพาะเมื่อเห็นสัญญาณเตือนต้องชะลอความเร็ว และหยุดรถเพื่อมองรถไฟทั้งสองฝั่งก่อน จากเรื่องนี้ ผมได้เรียนรู้ว่าแม้เทคโนโลยีและมาตรการความปลอดภัยจะมีมากขึ้น แต่ความปลอดภัยสูงสุดยังคงต้องอาศัยความรับผิดชอบของผู้ขับขี่โดยตรง การหยุดรถให้แน่ใจว่าไม่มีรถไฟตรงทางข้าม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยลดอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ควรมีการบูรณาการเทคโนโลยีมากขึ้น เช่น การเชื่อมต่อสัญญาณไฟถนนกับระบบรถไฟ เพื่อป้องกันรถยนต์ติดค้างบนรางรถไฟ และต้องมีการฝึกอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เช่นเดียวกับที่ศาลระบุว่าคนขับรถไฟควรปฏิบัติตามระเบียบการเดินรถอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว ขอฝากถึงหน่วยงานที่ดูแลระบบขนส่งสาธารณะและจราจรว่า ควรรีบดำเนินมาตรการที่ครอบคลุม ความร่วมมือระหว่างฝ่ายรถไฟและจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เพราะเหตุการณ์โศกนาฏกรรมจากการชนกันระหว่างรถไฟกับรถอื่นๆ ยังเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจอย่างจริงจัง