เอาจริงป่ะทำไมทฤษฎีของคนสำเร็จถึงใช้กับทุกคนไม่ได้

บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าในบทความหรือหลักการต่างๆของคนที่สำเร็จนั้นการเล่าเรื่องและทฤษฎีต่างๆมันดูเป็นเรื่องที่เรียบง่าย และเมื่อเรารับรู้ถึงความลับของโลกใบนี้ผ่านจากมุมของคนที่สำเร็จไฉนถึงคนที่ทำตามถึงไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ ?

มันเป็นทั้งเรื่องที่น่าแปลก มันเป็นเรื่องที่สงสัย

แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าไม่ว่าจะหลักการใดจากคนที่สำเร็จและความสำเร็จเหล่านั้นถูกตีแผ่ให้สาธารณะชนรับทราบนั้น

ถูกพูดผ่านมุมมองของคนที่สำเร็จและช่วงจังหวะของคนที่กระทำแนวคิดแบบนี้อย่างเข้มข้นแบบมีผลลัพธ์

ซึ่งแน่นอนล่ะว่าประสบการณ์เหล่านั้นมันเป็นของใครของมันทั้งสิ้น

ในหลายๆครั้งทฤษฎีที่ถูกกระทำซ้ำมาต่างๆนานามักจะไม่ได้เกิดขึ้นตามช่วงเวลาของผู้ที่กำลังศึกษา

แต่มันอาจจะเป็นช่วงเวลานึงของประสบการณ์ของผู้ที่สำเร็จนั้นมันลงล็อคกันพอดีไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีที่เกิดใหม่หรือเป็นทฤษฎีที่สร้างขึ้นเอง

บางทฤษฎีได้กล่าวอ้างถึงหลักการที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ (ซึ่งไม่รู้ว่าคนที่เอาไปทำตามนั้นจะมีผลลัพธ์ตามหลักการเหล่านั้นหรือเปล่า)

แต่สิ่งนึงที่เรากำลังพยายามศึกษาหาความรู้ต่างๆไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์จากผู้เขียนก็ดีประสบการณ์จากผู้อธิบายอยู่ตรงหน้าก็ดี

ล้วนแล้วแต่มักจะยังไม่เห็นภาพจนกระทั่ง

ประสบการณ์เราจะเกิดขึ้นในหลักฐานเดียวกันเราจึงสามารถสรุปสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีความใกล้เคียงจากคนที่บอกจากในเนื้อหาหรือเรื่องราวของคนที่สำเร็จนั่นเอง

สิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่ตอนนี้มันกำลังบอกถึง

บทเรียนบางอย่างที่บางทีอาจจะไม่สามารถใช้ในหนังสือได้ สิ่งที่เรากำลังเรียนและศึกษาบางครั้งอาจจะมาจากประสบการณ์โดยตรงซึ่งบางทีอาจจะมีการบิดบริบทบางอย่าง บ้างก็ว่า หลักการเหล่านั้นจะถูกใช้ได้ดีถ้าเกิดในภาวะแบบนี้

คำถามคือ "และตรงนั้นน่ะมันเกิดขึ้นตรงไหนล่ะ"

การเฝ้ารอดูสิ่งนั้นด้วยตาเนื้อของเรานั้นไม่มีใครเคยบอกมาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นหน้าตามันเป็นยังไง

จนกระทั่งสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงอาจจะมีแนวโน้มความเป็นไปได้ถึงการจะเกิดสิ่งนั้น และอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ได้เป็นการเฝ้ารออย่างสิ้นเปลืองเวลาโดยใช่เหตุ

ฉะนั้นด้วยหลักการใดๆก็ตามเราจงศึกษาเรื่องราวอะไรบางอย่างผ่านตาเนื้อและนำไปปฏิบัติเพื่อมองดูว่าหลักการที่มีการใช้งานเหล่านั้นปลาเนื้อเราจะเป็นสิ่งหนึ่งที่สมองของเราและตาของเรานั้นจะประเมินว่าเหตุการณ์เหล่านั้นจะมีขั้นตอนแบบไหนเพื่อให้เราสามารถคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบระเบียบ

สุดท้ายสิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่ต่อไปนี้มันอาจจะเป็นเนื้อหาที่ฟังดูค่อนข้างเรื่อยเปื่อย

แต่เชื่อเถอะด้วยหลักการใดๆที่คุณกำลังศึกษาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของทฤษฎีการวิเคราะห์ในตลาดหุ้นหรืออะไรใดๆก็ตาม

สังเกตแล้วมองดูมันอย่างเอาเป็นเอาตายเถอะสุดท้ายนั่นอาจจะเป็นก้าวแรกของการวิวัฒนาการในการรับรู้ทุกอย่างของคนคนหนึ่งก็ได้

มันอาจจะเป็นเรื่องเดียวที่รู้สึกว่าคุณอาจจะตื้นตันและมองว่านี่คือรางวัลชีวิตที่คุณสมควรจะได้รับจากการที่คุณตรากตรำในกาคทำสิ่งนี้

เดี๋ยวบทความหน้าเราจะมาคุยกันถึงเรื่องการจัดเรียงบางอย่างเพื่อให้เราได้เข้าใจเนื้อหาอื่นๆที่กำลังจะเข้ามากระทบในสมองของเราช่วงนี้อาจจะเขียนเนื้อหาน้อยก็เนื่องจากเอาตัวเองไปใช้ชีวิตซะเยอะ5555แล้วเดี๋ยวเรามาคุยกันใหม่ไปละ

3/17 แก้ไขเป็น