พรรคเศรษฐกิจ เห็นด้วย กับการยกเลิก MOU44
จากประสบการณ์ส่วนตัวและการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับข้อพิพาทเขตทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา เรื่อง MOU44 ถือเป็นประเด็นที่ซับซ้อนและมีผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างมาก MOU44 ซึ่งลงนามในปี พ.ศ. 2544 กำหนดเขตแบ่งพื้นที่ทางทะเลที่มีความทับซ้อนกันระหว่างสองประเทศ แต่กลับไม่มีความชัดเจนในหลายจุด โดยเฉพาะเรื่องเส้นฐาน (baseline) และพื้นที่อาณาเขตทะเล (territorial sea) ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้อำนาจในพื้นที่เหล่านั้น การยกเลิก MOU44 แล้วใช้มาตรฐานสากล UNCLOS ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยเขตทะเลและสิทธิทางทะเล ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและถูกต้อง มาตรฐานนี้ระบุถึงการคำนวณเส้นฐาน เส้นอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone - EEZ) อย่างเป็นระบบและหลักสากล ทำให้การสื่อสารและการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศเป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีเหตุผล นอกจากนี้ การยกเลิก MOU44 ยังช่วยยุติปัญหาการอ้างสิทธิพื้นที่อย่างไม่ชัดเจน ที่ผ่านมา ไทยและกัมพูชาใช้มาตรการและกฎหมายที่แตกต่างกันในการอ้างสิทธิในพื้นที่ทับซ้อน เช่น เกาะช้างน้อยและเส้นฐานที่แตกต่างกัน ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคและขัดขวางการพัฒนาที่ยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล จากมุมมองของประชาชน การมีเขตแดนทะเลที่ชัดเจนช่วยส่งเสริมความมั่นคงของชาติและสร้างความมั่นใจในการใช้ทรัพยากรทะเลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พวกเราจะได้เห็นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น พร้อมทั้งลดข้อพิพาทที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น พรรคเศรษฐกิจที่เห็นด้วยกับการยกเลิก MOU44 จึงมองว่านี่เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความชัดเจนและความเป็นธรรมในเขตแดนทางทะเลของประเทศไทย เมื่อมีพื้นฐานที่มั่นคงและสอดคล้องกับกฎสากลแล้ว ไทยจะสามารถดำเนินการปกป้องผลประโยชน์และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น










