“Light Fragments” by Panisa Jermhansa, at XSPACE

[ENG] Light is one of the most important elements, if not the most important, in images such as photographs and paintings depicting realistic scenes. But in “Light Fragments,” a solo exhibition by Panisa Jermhansa, light becomes the subject conveying nature, the sunlight that goes through leaves, how the wind makes them move, and how the presence of oneself is connected to the passage of time.

From her background as an architect who is very much interested in sustainability, her paintings show her understanding of space as well as her appreciation for nature. They are depicted in a poetic way through her choices of color, the materials which, apart from traditional canvas, are wood and metal.

[TH] แสงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด (หรืออาจจะสำคัญที่สุด) ในภาพอย่างภาพถ่ายและงานจิตรกรรมที่ถ่ายทอดภาพสมจริง แต่ใน "Light Fragments" นิทรรศการเดี่ยวโดยปาณิศา เจิมหรรษา แสงกลายเป็น “หัวเรื่อง (Subject)” ที่เล่าถึงธรรมชาติทั้งแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านใบไม้ สายลมที่มาทำให้แสงเคลื่อนไหว และตัวตนของเราที่เชื่อมโยงกับกาลเวลา

ด้วยพื้นฐานที่ปาณิศาเป็นสถาปนิกที่มีความสนใจในเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ผลงานของเธอสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในเรื่องพื้นที่ ควบคู่ไปกับความรักในธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาราวกับเป็นบทกวีผ่านสีและวัสดุที่นอกจากผืนผ้าใบตามแบบดั้งเดิมแล้ว เธอยังเลือกใช้แผ่นไม้และโลหะมาสร้างสรรค์ผลงานอีกด้วย

“Light Fragments”

A Solo Exhibition by Panisa Jermhansa

Curated by Pran Limchuenjai

Date: 7 February - 28 March 2026

Venue: Mini Xspace Gallery, Fl. 2

#LightFragments #xspacegallery #artexhibition #thaiartists #editions

XSPACE GALLERY
3/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครชอบงานที่ “ดูเหมือนไม่มีเรื่องเล่า แต่พอดูไปเรื่อยๆ แล้วเหมือนมีบทกวีอยู่ข้างใน” นิทรรศการ Light Fragments คือแบบนั้นเลยค่ะ/ครับ สิ่งที่ฉันรู้สึกชัดมากคือศิลปินทำให้ “แสง” ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยให้ภาพสวย แต่เป็นตัวละครหลักที่พาเราไล่ตามจังหวะของธรรมชาติ—แสงที่ลอดผ่านใบไม้ เงาที่สั่นไหวเพราะลม และความรู้สึกว่าตัวเราเองกำลังถูกเวลาเคลื่อนผ่านไปพร้อมกัน ไฮไลต์ที่อยากชวนสังเกตคือชุดงานนามธรรมโทนฟ้า เขียว ม่วงที่มี “จุดสีเหลืองเล็กๆ” กระจายอยู่บนพื้นผิว (เหมือนเศษแสง/ละอองแดด) เวลาเดินเปลี่ยนมุม มันให้ความรู้สึกคล้ายแสงสะท้อนบนผิวน้ำหรือแสงแตกตัวผ่านใบไม้จริงๆ ยิ่งบางชิ้นทำบนแผ่นไม้ ความเป็นวัสดุจะยิ่งเด่น เห็นผิว เห็นน้ำหนักของสี และความตั้งใจเรื่องพื้นผิวมากกว่าการดูบนภาพถ่าย อีกส่วนที่ทำให้โชว์นี้น่าสนใจคือการใช้วัสดุหลากหลาย—ไม่ใช่แค่ผ้าใบ แต่มีงานบนไม้ และงานโลหะ/ประติมากรรมขนาดเล็กตั้งบนแท่นสีขาว ซึ่งช่วยขยายประเด็นเรื่อง “พื้นที่” และ “สถาปัตยกรรม” แบบที่คนมีพื้นฐานสถาปนิกจะเล่าได้ถนัด พอดูรวมกับการจัดวางในห้องสีขาวของ Mini Xspace Gallery มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในพื้นที่ทดลองของแสงมากกว่าการดูภาพวาดอย่างเดียว ทริคเล็กๆ สำหรับคนไปชม: ลองเผื่อเวลาเดินดูซ้ำสองรอบ รอบแรกดูภาพรวมก่อน แล้วรอบสองค่อยเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูรอยปาดสี ความโปร่ง/ทึบของชั้นสี และความสัมพันธ์ระหว่างโทนฟ้า-เขียวกับจุดเหลืองที่เหมือนแสงอาทิตย์ พอถอยออกมาอีกครั้ง ภาพจะ “เปลี่ยน” เล็กน้อยตามระยะ เหมือนแสงจริงที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สุดท้าย ถ้าคุณกำลังหาแรงบันดาลใจสำหรับงานสร้างสรรค์ (หรืออยากรีเฟรชใจจากความวุ่นวาย) โชว์นี้ให้ความสงบแบบไม่เงียบเหงา เป็นความนิ่งที่ยังมีการเคลื่อนไหวของลมและเวลาอยู่ตลอด เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบงานศิลปะนามธรรมที่ดูง่าย แต่มีรายละเอียดให้ค่อยๆ ค้นพบ