คำนวณเฉาก๊วยนมสดแบบไม่ปั่นกัน ✨🍮
คำนวณเฉาก๊วยนมสดแบบไม่ปั่นกัน
เราขายคนเดียวหน้าบ้าน ไม่มีค่าเช้าที่ ไม่มีค่าลูกน้อง และยังไม่ได้คิดค่าแรงให้ตัวเอง อิอิ #เฉาก๊วยนมสด #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #Lemon8ฮาวทู
ถ้าใครกำลังจะทำ “เฉาก๊วยนมสดชาไทย” ขาย (แก้ว 22 oz.) สิ่งที่ทำให้กำไรหายแบบไม่รู้ตัวคือ “ลืมนับของเล็กๆ” ค่ะ เช่น แก้ว ฝา หลอด สติกเกอร์ และถุงหิ้ว พอรวมกันแล้วเป็นเงินก้อนเลย แนวทางที่เราใช้คือคำนวณต้นทุนแบบ “ต่อแก้ว” ให้ชัด แล้วค่อยตั้งราคาขายตามกำไรที่อยากได้ โดยตัวอย่างต้นทุนพื้นฐานที่หลายบ้านใช้ใกล้เคียงกันจะมี: - เฉาก๊วย: ถ้าคิดแบบ 1 ถุงต่อ 1 แก้ว ให้คำนวณราคาต่อถุง แล้วบวกเป็นต้นทุนทันที (ในตัวอย่างหนึ่งที่เคยทำจะอยู่ราว 3.70 บาท/แก้ว) - นมสดจืด 70 ml: เฉลี่ยเป็นต้นทุนประมาณ 4 บาท/แก้ว (ขึ้นกับยี่ห้อและราคาหน้าร้าน) - น้ำตาลอ้อย 2 ช้อนชาพูน (ประมาณ 10 กรัม): ต้นทุนราว 0.6 บาท/แก้ว - น้ำแข็ง + แก้ว + ฝา + หลอด + สติกเกอร์ + ถุงหิ้ว: แนะนำแยกคิดเป็นหมวด “แพ็กเกจจิ้ง” เลย บางคนคิดถุงหิ้วไว้ประมาณ 1 บาท/แก้ว (หรือรวมไว้เป็นแพ็กเกจชุด) ส่วน “ชาไทย” ที่เป็นคีย์เวิร์ดที่คนค้นหา ให้เพิ่มรายการต้นทุนเข้าไปอีก 2 ส่วนหลักๆ คือ 1) ชาไทยเข้มข้น/ผงชาไทย: ชงเป็นน้ำชาเข้มแล้วคำนวณต้นทุนต่อ ml (เช่น ใช้กี่กรัมต่อการชง 1 หม้อ ได้กี่แก้ว) จะช่วยให้คุมรสชาติและคุมต้นทุนได้เท่ากันทุกแก้ว 2) นมข้นหวาน/ครีมเทียม (ถ้าใช้): ให้ชั่ง/ตวงเป็น ml หรือกรัมต่อแก้วแล้วคิดราคาตามจริง จะทำให้ไม่ “กะๆ เอา” จนต้นทุนแกว่ง ทริคตั้งราคาขายแบบเร็วๆ (ใช้ได้กับเฉาก๊วยนมสดชาไทยมาก): - เอา “รวมต้นทุนต่อแก้ว” (เช่น เคสหนึ่งรวมได้ประมาณ 28.30 บาท/แก้ว) แล้วบวกกำไรที่อยากได้ เช่น 40–60% หรือคิดเป็นบาทต่อแก้วตามตลาดแถวบ้าน - อย่าลืมเผื่อ “ของเสีย/ชิม/เททิ้ง” 3–5% โดยเฉพาะช่วงเริ่มขายใหม่ๆ สุดท้าย แนะนำทำตารางต้นทุน 1 แผ่นติดไว้เลยค่ะ: เฉาก๊วย / นมสด / ชาไทย / น้ำตาล / น้ำแข็ง / แก้วฝาหลอด / สติกเกอร์ / ถุงหิ้ว แล้วอัปเดตราคาทุกครั้งที่วัตถุดิบขึ้นราคา เท่านี้ก็จะตั้งราคา “เฉาก๊วยนมสดชาไทย” ได้แบบมั่นใจและกำไรไม่หายค่ะ























ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม