ทำยังไงดี⁉️ เปิดใจคุยกับหัวหน้า💬 แต่ทำไมดันรู้กันทั่วออฟฟิศ😱‼️

ตอนนี้ใกล้ถึงช่วงคุย 1:1 ประเมินปลายปีกับหัวหน้าแล้ว💬

เราอยากแชร์ประสบการณ์ตรง

ตอนทำงานที่เก่าไว้เตือนใจค่ะ💗✨

.

เคยเจอกันมั้ย⁉️

คุย 1:1 เปิดใจพูดทุกเรื่องแบบส่วนตัว

แต่กลายเป็นรู้กันหมดทั้งออฟฟิศ!!😱

.

พี่ที่ทำงานเก่า Feedback การทำงานกับหัวหน้าทุกอย่างแบบเปิดใจเต็ม 100 ไม่มีกั๊ก อะไรชอบ ไม่ชอบบอกหมด💯

.

แต่เรื่องที่พี่เค้าคุยกับหัวหน้าที่ควร “จบแค่ในห้อง”

ไม่รู้ทำไม สุดท้ายกลับรู้กันทั่วออฟฟิศ 🤨‼️

.

แม้แต่เราก็ได้ยินจากคนอื่นว่า พี่คนนี้บ่นว่า

- พี่ A ไม่ช่วยติดต่องาน ทำให้รับช่วงงานต่อยาก

- พี่ B ชอบโยนงานยากให้ ตัวเองทำแต่งานง่าย

- กลุ่มพี่ C คุยเสียงดังตลอด จนไม่มีสมาธิทำงาน

.

ด้วยเราที่ค่อนข้างสนิทกับพี่คนนี้ จึงถามไปตรงๆเลยว่า

“พี่ มีคนบอกว่าพี่ไปบ่นแบบนี้จริงเหรอ?”

.

พี่เค้าตกใจมาก🤯 แอบบอกเราว่า

เค้าพูดจริง บ่นจริง ตอนคุย 1:1 กับหัวหน้าแค่ 2 คน

ในเมื่อพี่เค้าไม่ได้พูด แค่นี้ก็คือรู้เลยว่ามาจากใคร🤨

.

หลังจากนั้นช่วงแรกๆ พี่เค้าก็โดนคนอื่นแซะตลอด

สักพักก็กลับไปเป็นปกติ🥲

.

แต่ที่แน่ๆ ทั้งพี่เค้าและเราที่รู้เรื่องนี้

ก็ไม่กล้าเปิดใจคุยเต็ม 💯 กับหัวหน้าคนนี้แล้ว🥹

.

เพราะเรื่องที่อยากให้เป็น “Feedback ส่วนตัว”

ดันกลายเป็น “เรื่องเม้าท์ส่วนรวม” เฉย 🫠

.

ใครเคยเจอแบบนี้บ้าง❓

คุยแค่ในห้อง แต่รู้กันทั่วออฟฟิศ

ถ้าเป็นคุณ จะทำยังไงดี⁉️😱

.

#สตอรี่ของฉัน #เตือนแล้วนะ #คุยเรื่องงาน #บิงโกงานเงิน #ถามตอบเรื่องงาน

2025/11/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในที่ทำงาน การพูดคุย 1:1 กับหัวหน้าเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพนักงานทุกคนในการแสดงความคิดเห็นและรับฟีดแบคอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งโดยปกติแล้วควรเป็นเรื่องส่วนตัวและเก็บไว้ระหว่างผู้พูดและหัวหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในหลายครั้งข้อมูลที่ควรเก็บเป็นความลับกลับถูกเผยแพร่จนรู้กันทั่วออฟฟิศ ทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและความไม่ไว้วางใจในองค์กร สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหล อาจมาจากการพูดคุยอย่างเปิดเผยเกินไป โดยเฉพาะเมื่อมีการบ่นเรื่องเพื่อนร่วมงานหรือทำงานในเชิงลบ ซึ่งบางครั้งหัวหน้าเองอาจนำไปบอกต่อโดยไม่ได้ตั้งใจ หรือพนักงานคนอื่นสามารถสังเกตและจับความได้ว่าข้อมูลมาจากใคร แม้จะไม่ได้มีการพูดตรงๆ ก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ควรตั้งกฎเกณฑ์ชัดเจนเรื่องความลับระหว่างการพูดคุย 1:1 และหัวหน้าควรรับฟังด้วยความเป็นกลาง ไม่ส่งข้อมูลต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งสำคัญที่พนักงานควรทำคือ หลีกเลี่ยงการระบายความรู้สึกในแง่ลบเรื่องเพื่อนร่วมงานที่เกินความจำเป็น และถ้าหากพบว่าข้อมูลส่วนตัวถูกเปิดเผย ควรรีบพูดคุยแก้ไขสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความเชื่อมั่นและรักษาความสัมพันธ์ในทีม นอกจากนี้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความโปร่งใส และความเคารพข้อมูลส่วนตัว จะช่วยลดปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลและส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น เมื่อถึงเวลาคุย 1:1 กับหัวหน้า ควรเตรียมตัวอย่างรอบคอบ คิดทบทวนสิ่งที่จะพูด และตั้งใจให้ฟีดแบคเป็นบวกเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีในที่ทำงาน และถ้าไม่มั่นใจในความเป็นส่วนตัวของการพูดคุย ควรหาวิธีพูดคุยหรือสื่อสารที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับความสัมพันธ์ในออฟฟิศโดยรวม

21 ความคิดเห็น

รูปภาพของ milk
milk

อย่าไว้ใจคนในทีทํางานมากนักเลยค่ะคุณเอาเรื่องส่วนตัวไปบอกเขาก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องทีเขานําไปบอกคนอื่นได้เเม้ว่าคุณจะขอให้เก็บไปไม่พูดกับคนอื่นต่อก็ตามถ้าอยากระบายไประบายกับคนข้างนอกทีทํางานดีกว่าไม่งั้นจะซวยเอาได้นะมีคนพังเพราะเอาเรื่องส่วนตัวไปคุยกับคนอื่นในทีทํางานเเละกลับมาทุกคนรู้เรื่องหมดไปไม่รู้กี่คนเเล้ว

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ WhaleWhale No.1
WhaleWhale No.1

เสียใจด้วย คุณได้หัวหน้าที่แย่ และไม่ได้รักองค์กรจริง เป็นหัวหน้าที่ทำลายองค์กรทางตรง

ดูเพิ่มเติม(4)

ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพหน้าปกหนังสือ "THE PSYCHOLOGY ON MY WAY TO WORK" คู่มือเตรียมใจไปทำงานเมื่อต้องผ่านสถานี "เพลียจิต" พร้อมข้อความว่า "หลักจิตวิทยาที่ช่วยให้รับ��มือกับปัญหาเพลียจิตในออฟฟิศได้ดีขึ้น ออกไปทำงานวันจันทร์ได้มั่นใจกว่าที่เคย"
ภาพหน้ากระดาษในหนังสือที่เปิดอยู่ มีหัวข้อว่า "ถ้าสนิทกับเพื่อนร่วมงานจะดูเหมือนมือสมัครเล่นหรือเปล่า" และเนื้อหาเกี่ยวกับความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศ
ภาพหน้ากระดาษในหนังสือที่เปิดอยู่ มีหัวข้อ "บทบาทที่แท้จริง ของการนินทา" และ "ความไร้มารยาท" พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับ "กฎการรวมตัวของคนประสาท" �ในองค์กร
จิตวิทยาที่ช่วยให้รับมือกับปัญหาเพลียจิตในออฟฟิศได้ดีขึ้น ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
📖 THE PSYCHOLOGY ON MY WAY TO WORK คู่มือเตรียมใจไปทำงาน เมื่อต้องผ่านสถานี “เพลียจิต” คุณกำลังหวาดกลัววันจันทร์ที่มาถึงซ้ำๆ อยู่หรือเปล่า "วันจันทร์" ที่ทำให้เราต้องกลับมาเจอปัญหาซ้ำซากในออฟฟิศ ทั้งหัวหน้าที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพื่อนร่วมงานช่างนินทา งานที่เร่งด่วน ทีมที่เข้ากันไม่ไ
Jamsai

Jamsai

ถูกใจ 327 ครั้ง

ฝึกใจไปกับ Toxic Workplace: คู่มือเอาตัวรอดในออฟฟิศพิษๆ
การทำงานก็เหมือนเข้าคอร์สฝึกจิต… บางคนได้เจอครูใจดี แต่บางคนได้เจอครูโหด (aka หัวหน้า toxic) บางคนเจอลูกน้องเป็นพิษ บางคนเจอเพื่อนร่วมงานที่ทำให้อยากหนีออกจากห้องประชุมทุกครั้ง 🤯 ที่ทำงาน toxic ไม่ได้หมายถึง “สถานที่” เท่านั้น แต่คือบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่บั่นทอนใจเราได้ทุกวัน — จนบางครั้งน
Uncle Phawits

Uncle Phawits

ถูกใจ 129 ครั้ง

✨ 5 ทริคจิตวิทยา ในที่ทำงาน ✅
เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณสื่อสารได้อย่างมีพลัง และทำให้คนอื่นมองเห็นความสามารถของคุณอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ! 1. ☕️ กลโกง "แก้วกาแฟสร้างความไว้ใจ" (The Warmth Effect) เมื่อต้องประชุมหรือขอความช่วยเหลือ ลองถือ แก้วกาแฟร้อน หรือแก้วชาอุ่นๆ ไว้ในมือดูค่ะ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า "ความรู้สึ
IMYOURS23

IMYOURS23

ถูกใจ 26 ครั้ง

รับมือยังไงดี… เมื่อหัวหน้ามี ‘คนโปรด
🧠 ตอนที่ 2: “รับมือยังไงดี… เมื่อหัวหน้ามี ‘คนโปรด’ แล้วเราไม่ใช่คนนั้น” ต่อจากโพสก่อนหน้า บางครั้งไม่ใช่เพราะเราไม่ดีนะ แต่เพราะระบบในออฟฟิสมันเต็มไปด้วย “อารมณ์ + อคติ + ความสัมพันธ์” ต่อให้เราทำดีแค่ไหน … หัวหน้าก็อาจมองไม่เห็น เพราะเขาอาจ “รู้สึก” กับใครบางคนมากกว่า 🥲 แต่ไม่ต้องหมดใจนะ
*โอ๋เอง*

*โอ๋เอง*

ถูกใจ 5 ครั้ง

ภาพการสัมภาษณ์งาน แสดงผู้สมัครนั่งหันหลัง และผู้สัมภาษณ์สองคนนั่งอยู่ตรงข้าม โดยผู้ชายมีสีหน้าไม่พอใจ ส่วนผู้หญิงยิ้มแย้ม มีข้อความว่า “สังคมการทำงาน Toxic” จะรู้ได้ยังไงตั้งแต่วันสัมภาษณ์
“สังคมการทำงาน Toxic” จะรู้ได้ยังไงตั้งแต่วันสัมภาษณ์?
คุณเคยมั้ย... ตอนสัมภาษณ์เหมือนจะดี ทุกคนยิ้มแย้ม พูดเพราะ แต่พอเข้าไปทำงานจริงกลับเจอสังคม Toxic เต็มรูปแบบ 🥲 เช้าโดนประชุมตำหนิ เสียงดังลั่นห้อง บ่ายเจอการเมืองในทีม เหมือนอยู่สนามประลอง สุดท้ายต้องทนทำเพราะ “เพิ่งเริ่มงาน จะลาออกเลยก็ไม่ได้” แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า “ที่นี่” ใช่จริง
พี่จ๊ะเอ๋ กูรูสัมภาษณ์งาน

พี่จ๊ะเอ๋ กูรูสัมภาษณ์งาน

ถูกใจ 1 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม