Automatically translated.View original post

5 Rules. Speaking, do not do this while in conversation. ✨

1. Do not insert. Wait for the interlocutor to finish speaking first because insertion will make you look rude.

2. Do not speak bad words because it will not honor the audience or the interlocutor.

3. Do not brag, make your personality look like a addicted person

4. Do not lie. Because when speaking again, the words may not be the same, making us look bad.

5. Do not talk about yourself, because sometimes the interlocutor may not be friendly, should reserve personal matters to yourself.

# Welcome 2026 # Public speaking # Personality # Prohibition of speech # Adjust life changing behavior

1/2 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว เวลาคุยกับใครสักคน “คำพูดเล็กๆ” ส่งผลกับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะ 3 เรื่องที่คนค้นหาเยอะอย่าง ห้ามพูดคำหยาบ, ห้ามพูดโกหก และคำว่า “พูดส่อเสียด หมายถึงอะไร” เลยอยากเติมรายละเอียดให้เอาไปใช้ได้จริงค่ะ 1) ทำไมถึงควร “ห้ามพูดคำหยาบ” (แม้จะพูดเล่น) คำหยาบทำให้คู่สนทนารู้สึกไม่ถูกให้เกียรติ และบางสถานการณ์คนฟังอาจไม่สนิทกับเราเท่าที่เราคิด วิธีที่ฉันใช้คือเปลี่ยนเป็นคำกลางๆ แทน เช่น จาก “โคตร…” เป็น “มากๆ/สุดๆ” หรือถ้าหลุดไปแล้ว ให้รีบขอโทษสั้นๆ แล้วกลับเข้าประเด็น เช่น “ขอโทษนะ เผลอพูดหยาบไป” แค่นี้กู้บรรยากาศได้เยอะ 2) “ห้ามพูดโกหก” เพราะมันพังความน่าเชื่อถือระยะยาว การโกหกบางทีเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น บอกว่า “กำลังถึงแล้ว” ทั้งที่ยังไม่ออกบ้าน พออีกฝ่ายจับได้ครั้งเดียว ความเชื่อใจก็ลดทันที ทริคที่ช่วยให้ไม่ต้องโกหกคือพูดความจริงแบบนุ่มนวล เช่น “ขอเวลาอีก 10 นาที เดี๋ยวรีบไป” หรือถ้ายังไม่พร้อมตอบ ให้ใช้ประโยคกันพลาดอย่าง “ขอเช็กก่อนแล้วจะตอบอีกทีนะ” จะดูจริงใจและมืออาชีพกว่า 3) “พูดส่อเสียด” หมายถึงอะไร? พูดส่อเสียดคือการพูดในเชิงเหน็บแนม ใส่ร้าย หรือชี้นำให้คนอื่นมองใครสักคนในทางลบ โดยมักไม่พูดตรงๆ แต่ใช้คำสองแง่สองง่าม เช่น “ก็ดีนะ…ถ้าเค้าทำเองจริงๆ” หรือ “ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ได้ยินมา…” ฟังเผินๆ เหมือนไม่แรง แต่ทำลายความสัมพันธ์และทำให้เราดูไม่น่าไว้ใจ 4) วิธีเลี่ยงการพูดส่อเสียดแบบเนียนๆ ถ้าอยู่ในวงสนทนาที่เริ่มนินทาหรือเหน็บแนม ฉันจะเปลี่ยนไปคุยเรื่อง “ข้อเท็จจริง” แทนความเห็น เช่น “สรุปตอนนี้งานไปถึงไหนแล้ว” หรือปิดด้วยประโยคสุภาพ “เราอาจยังไม่รู้ทั้งหมด เดี๋ยวรอฟังจากเจ้าตัวดีกว่า” วิธีนี้ช่วยตัดไฟโดยไม่ต้องขัดใครแรงๆ 5) รวมทริคเล็กๆ ให้คุยแล้วดูดีขึ้นทันที - เว้นจังหวะ 1 วินาทีก่อนตอบ ลดการพูดแทรก - ถ้าเริ่มเพ้อเจ้อ ให้ดึงกลับด้วย “สรุปคือ…” - อย่าพูดแต่เรื่องตัวเอง ลองถามคำถามปลายเปิด เช่น “แล้วคุณคิดว่ายังไง?” ถ้าทำได้สัก 2–3 ข้อก่อน เช่น ไม่พูดคำหยาบ ไม่โกหก และไม่ส่อเสียด บรรยากาศการคุยจะดีขึ้นชัดเจน และคนจะรู้สึกอยากคุยกับเราอีกค่ะ