พบการกลับมาของมัลแวร์ดูดเงิน TrickMo

พบการกลับมาของมัลแวร์ดูดเงิน TrickMo มุ่งเล่นงานแอปธนาคาร, แอปคริปโต และแอปยืนยันตัวตน

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบการกลับมาของมัลแวร์ประเภท Banking Trojan ที่มีชื่อว่า TrickMo ซึ่งเคยระบาดมาแล้วในช่วงปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) แต่ในคราวนี้ได้กลับมาในเวอร์ชันใหม่ที่มีความสามารถที่มากกว่าเดิม, ล่องหน (Stealth) ภายในระบบได้แนบเนียนกว่าเดิม และหยุดยั้งได้ยากมากกว่าเดิม ซึ่งมัลแวร์เวอร์ชันล่าสุดนี้ได้ถูกตรวจพบในช่วงเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาโดยทีมวิจัยจาก ThreatFabric บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการปกป้องลูกค้าธนาคารจากการฉ้อโกงออนไลน์ โดยทางทีมวิจัยพบว่าการแพร่กระจายของมัลแวร์ดังกล่าวนั้นทำผ่านโฆษณาปลอมบนโซเชียลมีเดีย Facebook ด้วยการอ้างว่าเป็นโฆษณาของแอปพลิเคชัน TikTok แต่ความจริงดาวน์โหลดไปแล้วเป็นมัลแวร์นกต่อ (Loader) ซึ่งจะนำไปสู่การฝังมัลแวร์ TrickMo ลงบนเครื่องของเหยื่ออีกทีหนึ่ง โดยทางทีมวิจัยพบว่าแฮกเกอร์ได้มุ่งเน้นการโจมตีไปยังกลุ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือบนระบบปฏิบัติการ Android ที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส, ออสเตรีย และอิตาลี

สำหรับตัวมัลแวร์ TrickMo นั้น นอกจากจะเป็น Banking Trojan แล้ว ยังได้ถูกจัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มของมัลแวร์ยึดเครื่อง (Device Takeover Malware) จากการที่ตัวมัลแวร์นั้นสามารถควบคุมระบบการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานกับเครื่อง (Interactive Control) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการใช้ประโยชน์จากระบบช่วยเหลือผู้ใช้งานที่พิการ (Accesibility Mode) โดยหลังจากที่มัลแวร์เข้าสู่เครื่อง และใช้งานโหมดดังกล่าวได้แล้ว ก็จะเริ่มทำการโจมตีด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น

ใช้หน้าจอซ้อน (Overlay Attack) ซ้อนหน้าล็อกอินปลอมทับแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อหลอกขโมยรหัสเข้าใช้งาน ซึ่งตัวมัลแวร์นั้นจะเก็บข้อมูลการพิมพ์ (Keystroke) ต่าง ๆ แล้วทำการส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2 หรือ Command and Control)

ดักเก็บข้อมูลข้อความสั้น (SMS หรือ Short Message Service) รวมไปถึงการแจ้งเตือน (Notification) ซึ่งจะเน้นการขโมยข้อมูลสำคัญเช่น รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP หรือ One-Time Password) นอกจากนั้นตัวมัลแวร์ยังสามารถปิดเสียง และ การสั่น เพื่อไม่ให้ผู้ใช้งานรู้ตัวอีกด้วย

นอกจากด้านการขโมยข้อมูลแล้วตัวมัลแวร์ยังมีการใช้งานโมดูล (Module) ที่มีชื่อว่า dex.module ซึ่งจะนำมาใช้ในการยิงแกนกลางของระบบควบคุมจากระยะไกล (Remote-Control Engine Core) ลงไปยัง Process ของระบบปฏิบัติการ Android ทำให้ตัวมัลแวร์นั้นล่องหน ตรวจจับได้ยาก

สิ่งที่ถูกปรับปรุงมาจากเวอร์ชันก่อนมากที่สุดอย่างหนึ่ง คงจะหนีไม่พ้นระบบการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ C2 ที่รุ่นดั้งเดิมจะใช้ระบบการติดต่อผ่านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) บนระบบอินเทอร์เน็ตแบบทั่วไป ทำให้สามารถถูกปิด หรือถูกปราบปรามโดยง่าย ทำให้ทางทีมพัฒนาได้ทำการยกระดับขึ้นมาเป็นการติดต่อแบบเครื่องต่อเครื่อง หรือ Peer-to-Peer ผ่านทางเครือข่ายของ The Open Network หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า TON โดยในระบบนี้แทนที่จะติดต่อผ่านโดเมน (Domain) เว็บไซต์ตามปกติ กลับติดต่อสู่เครื่องมือปลายทาง (Endpoint) ที่ตัวที่อยู่ (Address) ลงท้ายว่า .adnl ผ่านเครือข่ายดังกล่าวแทน ซึ่งที่อยู่ดังกล่าวนั้นจะไม่ปรากฎบนระบบอินเทอร์เน็ตตามปกติ ทำให้ถูกบล็อกและถูกปราบปรามได้ยากกว่าเดิม

นอกจากนั้นตัวมัลแวร์แทนที่จะใช้งาน DNS resolver บนเครื่องตามปกติ กลับใช้งาน DNS-over-HTTPS เพื่อซ่อนโดเมนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์จากระบบสอดส่อง (Monitor) บนระบบของเหยื่อ ทั้งยังสามารถพรางตัวไปในการจราจรของข้อมูล (Data Traffic) อื่น ๆ ที่ใช้งานเครือข่าย TON จนถูกตรวจจับได้ยากมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

#ติดเทรนด์ #ป้ายยากับlemon8 #lemon8ไดอารี่ #trickmo #freedomhack

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การติดตามข่าวสารและวิธีการทำงานของมัลแวร์ TrickMo นี้ ฉันเห็นว่าความน่ากลัวหลัก ๆ ของมันอยู่ที่การใช้ฟีเจอร์ Accesibility Mode บน Android เพื่อควบคุมเครื่องอย่างสมบูรณ์และมีฟังก์ชัน Overlay Attack ที่ใช้หน้าจอซ้อนหลอกลวงผู้ใช้เพื่อขโมยข้อมูลล็อกอินธนาคาร รวมถึงการดักจับรหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) ผ่าน SMS และการแจ้งเตือนโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัวเพราะมัลแวร์ปิดเสียงและการสั่นของเครื่องไปด้วย ซึ่งทำให้เราต้องระวังและตั้งค่าความปลอดภัยอย่างเข้มงวด สิ่งที่น่ากังวลมากขึ้น คือเทคนิคที่มัลแวร์รุ่นใหม่ใช้เรียกว่า Remote-Control Engine Core ซึ่งเป็นโมดูลที่ทำงานล่องหน ซ่อนตัวใน Process ของระบบ Android ได้อย่างแนบเนียนยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือการติดต่อสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2) ผ่านระบบเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer บน The Open Network (TON) ซึ่งปกติไม่สามารถตรวจสอบหรือบล็อกได้ง่ายเหมือนโดเมนทั่วไป และยังใช้ DNS-over-HTTPS ซึ่งช่วยซ่อนโดเมนที่เกี่ยวข้องกับมัลแวร์จากระบบตรวจจับอีกด้วย จากแนวทางแพร่กระจายผ่านโฆษณาปลอมบน Facebook ที่อ้างเป็นแอป TikTok ทำให้เราเห็นว่าแฮกเกอร์ยังมุ่งโจมตีผ่านช่องทางที่มีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ใช้ การระมัดระวังในการดาวน์โหลดแอปและกดลิงก์ต่าง ๆ เป็นเรื่องจำเป็นมากในยุคนี้ สำหรับผู้ใช้ Android โดยเฉพาะในยุโรปที่เป็นเป้าหมายหลักของมัลแวร์นี้ ควรอัปเดตระบบความปลอดภัยบ่อย ๆ และใช้แอปรักษาความปลอดภัยที่ตรวจจับพฤติกรรมแปลก ๆ ได้ นอกจากนี้ การตั้งค่าการใช้งาน Accesibility ควรตรวจสอบเสมอว่าแอปไหนได้รับอนุญาตใช้งานฟีเจอร์นี้ เพื่อป้องกันการถูกแอบใช้โดยมัลแวร์ดังกล่าว สุดท้าย ฉันอยากแนะนำให้ผู้ใช้งานทั่วไปเพิ่มความระมัดระวังและตระหนักถึงภัยคุกคามเหล่านี้ โดยเฉพาะในยุคที่การเงินแบบดิจิทัลและคริปโตได้รับความนิยมสูง เพราะมัลแวร์ TrickMo ไม่ได้โจมตีแค่ธนาคารแต่ยังไปถึงแอปคริปโตและแอปยืนยันตัวตน ซึ่งถ้าถูกโจมตีสำเร็จ อาจสูญเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัวอย่างมหาศาลได้ในเวลาอันรวดเร็ว