ลดริ้วรอยแบบอ่อนโยน เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย ไม่ง้อเรตินอล
วันนี้โอมหยิบ 4 เซรั่มสาย Anti-Aging ที่เด่นเรื่องลดเลือนริ้วรอยแบบอ่อนโยนมาเทียบให้ดูกันครับ
จุดเด่นของทั้ง 4 ตัวคือเป็นสกินแคร์ที่คนผิวแพ้ง่ายสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า Anti-Aging สายแอคทีฟหนักๆ แต่ก็ยังช่วยดูแลเรื่องความกระชับ ความยืดหยุ่น และสัญญาณแห่งวัยได้ดีในแบบของตัวเอง ซึ่งหลังจากลองใช้จริง โอมรู้สึกว่าแต่ละตัวมีเอกลักษณ ์ค่อนข้างชัด เลยอยากเอามาแชร์เผื่อใครกำลังมองหาเซรั่มลดริ้วรอยที่ไม่ทำให้ผิวเสี่ยงระคายเคืองครับ
______
Vichy Liftactiv Collagen Specialist 16 Bonding Serum
ถ้าให้เลือกตัวที่ใช้ง่ายที่สุดในกลุ่มนี้ โอมยกให้ Vichy เลยครับ เป็นเซรั่มที่รวมการดูแลผิวไว้ค่อนข้างครบทั้งเรื่องริ้วรอย ความกระชับ ความเรียบเนียน และความชุ่มชื้นในขวดเดียว
จุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Co-Bonding ที่เข้ามาช่วยเสริมการทำงานของคอลลาเจนในผิว ทำให้หลังใช้ต่อเนื่องจะรู้สึกว่าผิวดูฟูขึ้น ดูแน่นขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมไวมาก ทาเช้าก่อนไปทำงานก็ไม่รบกวนเมกอัปเลย เป็นตัวที่หยิบใช้ได้ทุกวันครับ
Vichy
______
Zelens Collagen Solution Firming Serum
ตัวนี้จะเป็นสกินแคร์ สาย Niche ตามสไตล์ Zelens ที่เน้นงานวิจัยและส่วนผสมคุณภาพสูงมากกว่าการตลาดที่หวือหวา
โอมชอบตรงที่เขาใช้ Vegan Collagen Polypeptide ร่วมกับ Peptides และ Amino Acids เพื่อช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิว พร้อม CM-5S™ Complex ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระจากมลภาวะต่าง ๆ
นอกจากจะเด่นเรื่องริ้วรอย ขวดนี้เค้ายังช่วยเรื่องฟื้นฟู skin barrier, ลดการระคายเคืองผิว, เติมความชุ่มชื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
เนื้อสัมผัสจะบางเบาและให้ฟีลลื่นผิวกำลังดี ใช้แล้วผิวดูอิ่ม ดูสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่รบกวนผิวมากเกินไป ใครเริ่มมีปัญหาผิวล้า ผิวดูไม่เฟิร์มเหมือนเดิม หรืออยากเริ่มดูแลเรื่อง Aging Prevention ตั้งแต่เนิ่น ๆ ตัวนี้น่าสนใจมากครับ
skinlab thailand
______
LaLaaCram Anti-Wrinkle Booster Serum
ขวดนี้น่าจะเป็นตัวที่โอมหยิบใช้บ่อยที่สุดในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เพราะเป็นเซรั่ม Bakuchiol ที่ตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่ายมาก
หลังจากลดการใช้เรตินอลลง โอมก็หันมาใช้ Bakuchiol เช้า-เย็นแทน และตัวนี้ถือว่าทำได้ดีเกินคาด เพราะใส่ Bakuchiol 1% ในระดับที่มีงานวิจัยรองรับเรื่องการลดเลือนริ้วรอย โดยให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงเรตินอลแต่ระคายเคืองน้อยกว่า
นอกจากนั้นยังมี Baobab Culture Lysate, Peptide Complex, Niacinamide, Centella และ Ceramide ที่ช่วยทั้งเรื่องผิวกระชับ ความกระจ่างใส การปลอบประโลม และเสริม Skin Barrier ไปพร้อมกัน
สิ่งที่ชอบคือใช้ได้แม้ช่วงที่ผิวอ่อนแอ หลังทำเลเซอร์แบบไม่มีแผลหรือหลังกดสิวก็ยังใช้ต่อได้สบาย ๆ เนื้อเซรั่มจะเข้มข้นกว่าอีกสองตัวเล็กน้อย แต่ยังซึมไวและไม่หนักผิวครับ
Lalaacram
______
IMMACULIA Timeless Generator
ถ้าถามว่าตัวไหนให้ฟีล “ผิวดีตอนตื่นนอน” ชัดที่สุดในกลุ่มนี้ โอมยกให้ Timeless Generator เลย
ตัวนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ผลลัพธ์ด้าน Anti-Aging แต่ใช้เรตินอลไม่ไหวจริงๆ เพราะเน้นการดูแลริ้วรอยและความเสื่อมของผิวแบบอ่อนโยนมาก
เนื้อเซรั่มเนียนละเอียด ให้ความชุ่มชื้นสูง ใช้แล้วผิวจะนุ่ม ลื่น และดูอิ่มฟูขึ้นทันทีหลังทา สำหรับคนผิวมันสามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้เลย ส่วนคนผิวแห้งอาจตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อีกชั้น
สิ่งที่โอมสังเกตได้ชัดคือเช้าวันถัดไปผิวดูเรียบ เนียน และดูพักผ่อนมาดีกว่าปกติ ทั้งที่บางวันนอนน้อยเหมือนเดิมครับ
IMMACULIA
______
ทั้ง 4 ตัวมีแนวทางคล้ายกันคือช่วยดูแลริ้วรอยและความกระชับของผิว แต่เลือกใช้คนละวิธี ใครเหมาะกับตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความชอบส่วนตัวเลยครับ










