💸 "Meta กับเศรษฐกิจสีเทา"

💸 "Meta กับเศรษฐกิจสีเทา": เมื่อแพลตฟอร์มโฆษณากลายเป็นเครื่องจักรทำเงินของมิจฉาชีพ (Scammer)

ถอดรหัสจาก Reuters "เมื่อ 10% ของรายได้ทั้งหมดของ Meta อาจมาจาก Scam และ Meta ก็รู้...แต่เลือกจะนิ่ง"

====

💥 ภาพสะท้อนที่น่ากลัวของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่?

* หากมีข่าวหนึ่งที่เขย่าวงการเทคโนโลยีระดับโลกในปลายปี 2025 ได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นรายงานเชิงสืบสวนของ Reuters ที่เปิดโปงเอกสารภายในของ Meta Platforms "บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp”  ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า “ราว 10% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2024 มาจากโฆษณาที่เข้าข่ายหลอกลวง (Scam Ads) หรือสินค้าต้องห้าม”

* ตัวเลขนี้มีความหมายมหาศาลในเชิงเศรษฐกิจ เพราะหาก Meta มีรายได้ต่อปีราว 160,000 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายถึงกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ มาจากโฆษณาที่ “รู้ทั้งรู้ว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย” แต่ยังคงปล่อยให้หมุนเวียนอยู่บนแพลตฟอร์มของตน

* นี่ไม่ใช่เพียงความบกพร่องทางเทคนิค แต่คือ “โมเดลธุรกิจสีเทา” ที่พัฒนาอย่างเงียบๆ ภายใต้แรงกดดันทางรายได้และการแข่งขันด้าน AI ที่ต้องใช้เงินลงทุนระดับหมื่นล้านเหรียญต่อปี

ในเชิงโครงสร้าง Meta ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่โฆษณา  แต่กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจมิจฉาชีพโลก” โดยไม่รู้ตัว (หรืออาจรู้ตัวแต่ไม่กล้าแตะ เพราะแตะแล้วกระทบงบการเงินโดยตรง)

====

🧠 จาก “แพลตฟอร์มเชื่อมคน” สู่ “ฐานข้อมูลของสแกมเมอร์”

* เอกสารของ Reuters เปิดเผยว่า ภายใน Meta เองมีการวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่โฆษณา “ที่มีความเสี่ยงสูง” (High-Risk Ads) โดยระบบอัตโนมัติสามารถตรวจจับได้ถึง 15,000 ล้านชิ้นต่อวัน ที่มีลักษณะเข้าข่ายหลอกลวง เช่น การขายของปลอม การพนันออนไลน์ หรือการลงทุนเท็จ

* และที่น่าตกใจกว่านั้นคือ แทนที่ Meta จะลบโฆษณาเหล่านี้ออก ระบบกลับเลือกใช้กลไกที่เรียกว่า “Penalty Bids”  การ ขึ้นค่าโฆษณาให้แพงขึ้น สำหรับผู้ลงโฆษณาที่ระบบ “สงสัยว่าเป็นสแกมเมอร์”

* กล่าวอีกอย่างคือ แทนที่จะบล็อกผู้ร้าย Meta กลับให้พวกเขาจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการโฆษณาต่อไป  กลไกที่ในเชิงเศรษฐกิจนั้นไม่ต่างจาก “การเก็บค่าคุ้มครองดิจิทัล”

นี่คือจุดที่โมเดล Ad Tech เผยด้านมืดของมันอย่างชัดเจน คือ เมื่อระบบถูกออกแบบให้ “ผลตอบแทนทางรายได้” มาก่อน “ความถูกต้องทางจริยธรรม” ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ แพลตฟอร์มที่เลี้ยงชีพด้วยความเสี่ยงของผู้ใช้เอง

====

⚙️ "วงจรอุบาทว์ของอัลกอริทึม Facebook?” เมื่อยิ่งโดนหลอก ยิ่งเห็นโฆษณาหลอกมากขึ้น

* ข้อมูลภายในของ Meta ยืนยันอีกว่า หากผู้ใช้เผลอคลิกโฆษณาหลอกลวงเพียงครั้งเดียว ระบบ “Ad Personalization” จะเข้าใจทันทีว่า นี่คือสิ่งที่คุณสนใจ และจะป้อนโฆษณาประเภทเดียวกันซ้ำอีกครั้งและอีกครั้ง

* นั่นหมายความว่า “เหยื่อ” จะกลายเป็นเหยื่อที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ  และทุกการคลิก คือการเสริมกำไรให้ Meta โดยตรง

* ในปี 2023 เอกสารระบุว่ามีการแจ้งรายงาน Scam จากผู้ใช้กว่า 100,000 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ 96% ของรายงานเหล่านั้นถูกเพิกเฉยหรือปฏิเสธโดยระบบอัตโนมัติ ด้วยเหตุผลว่า “ไม่เข้าข่ายตามนโยบาย”

ผลลัพธ์คือวงจรซ้ำซ้อนของความเสียหาย "ยิ่งผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อ ระบบยิ่งป้อนโฆษณาหลอกให้ดูมากขึ้น  และทุกการแสดงผล ก็สร้างรายได้ให้ Meta มากขึ้น"

====

💼 กลไกกำไรจากความเสี่ยง (Profit from Risk)

คำถามที่เกิดขึ้นในเชิงธุรกิจคือ "ทำไมบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกถึงยอมเสี่ยงกับเรื่องนี้?"

* คำตอบอยู่ในตัวเลข เอกสารภายใน Meta ระบุว่า "แม้บริษัทจะถูกปรับจากหน่วยงานกำกับดูแลสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ต่อปีจากกรณีโฆษณาผิดกฎหมาย แต่รายได้จาก Scam Ads เพียงครึ่งปีแรกของ 2025 ก็สูงถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ แล้ว ซึ่งมากกว่าค่าปรับหลายเท่าตัว"

* ในภาษาทางเศรษฐศาสตร์ นี่คือการ “ยอมรับความเสี่ยง” (Acceptable Risk) ที่บริษัทตัดสินใจอย่างเยือกเย็นว่าความเสียหายทางจริยธรรมสามารถชดเชยได้ด้วยผลตอบแทนทางการเงิน

* Meta ไม่ได้อยู่คนเดียวในเกมนี้ แต่เป็นภาพสะท้อนของอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลทั้งหมด ที่ยังขาดการกำกับดูแลเทียบเท่ากับภาคการเงิน ทั้งที่ผลกระทบต่อประชาชนกลับมหาศาลกว่า

ลองคิดง่ายๆ "หากธนาคารรู้ว่ามีเงิน 10% มาจากการฟอกเงินแล้วเลือกจะไม่ตรวจสอบ ธนาคารนั้นคงถูกปิดทันที" แต่สำหรับบริษัทเทคO การ “ทำเงินจากการหลอกลวง” กลับยังไม่มีใครหยุดได้อย่างจริงจัง

====

🌐 เมื่อ Big Tech กลายเป็น “ธนาคารของมิจฉาชีพ”?

* สิ่งที่ Reuters เปิดเผยในเชิงเปรียบเทียบคือ Meta กลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนึ่งในสามของการหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมดในสหรัฐฯ มากกว่า Google ถึงสองเท่า

* สถิตินี้สะท้อนสิ่งที่เรียกว่า Digital Fraud Infrastructure หรือ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มิจฉาชีพทั่วโลกใช้เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงเหยื่อ

* องค์กรตรวจสอบความปลอดภัยในยุโรปหลายแห่งยืนยันตรงกันว่า Meta เป็น “ประตูหลัก” ของการโฆษณา Scam ไม่ว่าจะเป็นการปลอมชื่อแบรนด์ การใช้ภาพดารา หรือการขายคริปโตปลอม ซึ่งถูกพบมากกว่าในแพลตฟอร์มอื่นรวมกัน

นี่คือสัญญาณเตือนว่า “Big Tech ไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตปัญหาอีกต่อไป แต่กำลังเป็นผู้เล่นโดยตรงในเศรษฐกิจมืดโลก”

🧩 วิวัฒนาการของโมเดล “กำไรจากการหลอกลวง”?

* เมื่อมองในเชิงโครงสร้าง Meta ไม่ได้ตั้งใจสร้างเศรษฐกิจหลอกลวง แต่ระบบของมัน ถูกจูงใจให้ทำเช่นนั้นโดยกลไกภายใน

* โมเดลโฆษณาของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วย อัลกอริทึมที่ให้รางวัลกับ Engagement  ไม่ว่าผลลัพธ์นั้นจะมาจากเนื้อหาดีหรือเนื้อหาหลอกลวงก็ตาม

* ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์ เนื้อหาที่ “กระตุ้นอารมณ์” (เช่น ความโลภ ความกลัว หรือความเร้าใจ) มีแนวโน้มถูกคลิกมากกว่า และนั่นคือจุดที่ Scam Ads ทำงานได้ดีที่สุด เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นสมองในรูปแบบเดียวกับการพนัน

Meta จึงติดกับดักเชิงโครงสร้าง เพราะยิ่งเนื้อหาหลอกลวงมากเท่าไร ระบบก็ยิ่งได้ข้อมูล engagement มากขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้มากขึ้น

====

🔍 “Penalty Bids” = จากกลไกควบคุม สู่เครื่องมือทำกำไร?

* ในเอกสารของ Reuters พบว่า ระบบ “Penalty Bids” ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือจำกัดพฤติกรรมมิจฉาชีพโดยการบังคับให้จ่ายค่าโฆษณาแพงขึ้น แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็น “ตัวเร่งกำไร”

* ผู้ลงโฆษณาที่ต้องจ่ายแพงขึ้นแต่ยังยอมจ่าย หมายถึงพวกเขามี margin จากการหลอกลวงสูงพอที่จะอยู่ในระบบต่อได้ และ Meta ก็ยังคงรับเงินจากพวกเขาอยู่ดี

* ปรากฏการณ์นี้ในทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Regulatory Arbitrage คือการหาช่องโหว่ระหว่าง “กฎ” กับ “ผลประโยชน์” เพื่อสร้างกำไรสูงสุดโดยไม่ผิดกฎหมายตรงๆ

* สิ่งที่น่ากังวลคือ “Penalty Bids” กำลังกลายเป็นแบบจำลองให้แพลตฟอร์มอื่นศึกษา เพราะมันดูเหมือนเป็นกลไกที่สมดุลระหว่าง “การควบคุม” และ “รายได้” ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นการ แปลงปัญหาเป็นกำไร

====

🏛️ "ช่องโหว่ของระบบกำกับดูแล” ใครกันแน่ที่กำลังนอนหลับ?

* หนึ่งในเหตุผลที่ Big Tech สามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลยังอยู่ในพื้นที่ “กฎหมายสีเทา” ที่หน่วยงานกำกับยังตามไม่ทัน

* กรณีของ Meta ถูกเปรียบเทียบกับภาคธนาคารในยุโรป ที่หากพบว่ามีธุรกรรมต้องสงสัยเพียง 0.1% ก็ต้องถูกตรวจสอบทันที แต่ในกรณี Meta นั้น ระบบภายในยอมให้มีรายได้ที่มาจากโฆษณาผิดกฎหมายได้ถึง 10% ของทั้งหมด โดยไม่มีบทลงโทษชัดเจน

* หน่วยงานกำกับในสหราชอาณาจักรเคยรายงานว่าในปี 2023 กว่า 54% ของการหลอกลวงทางการเงินทั้งหมดเกิดบนผลิตภัณฑ์ของ Meta มากกว่าทุกแพลตฟอร์มรวมกันถึงสองเท่า

ในสหรัฐฯ คณะกรรมการ SEC ก็กำลังสืบสวนกรณี Meta เปิดพื้นที่โฆษณาสำหรับการลงทุนปลอม ซึ่งอาจเข้าข่าย “การร่วมกระทำความผิดทางการเงิน” หากพบหลักฐานว่า Meta รู้เห็นแต่ไม่ดำเนินการ

====

🧮 "เศรษฐกิจมืดในสมรภูมิ AI” เมื่อรายได้สีเทาเลี้ยงทุนวิจัยสีขาว

* อีกหนึ่งมิติที่ Reuters ชี้คือ การที่ Meta ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ศูนย์ข้อมูลและโมเดล Llama ขนาดยักษ์ ทำให้บริษัทต้องพึ่งพารายได้ทุกช่องทางเพื่อรักษาแรงกดดันจากนักลงทุน

* Mark Zuckerberg เคยกล่าวว่า “เรามีเงินทุนจากธุรกิจโฆษณาที่จะพาเราเข้าสู่ยุค AI ได้”  แต่หากรายได้ 1 ใน 10 มาจากโฆษณาหลอกลวง คำถามที่ต้องถามคือ: AI ที่กำลังสร้างอนาคตของโลก กำลังถูกเลี้ยงด้วยเงินจากเศรษฐกิจมืดหรือไม่?

นี่ไม่ใช่คำถามทางจริยธรรมเพียงอย่างเดียว แต่คือคำถามเชิงโครงสร้างของโลกดิจิทัล ที่ธุรกิจถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและพฤติกรรมที่อาจเป็น “พิษ” ตั้งแต่ต้นน้ำ

====

📊 "ความจริงที่น่ากังวล” เมื่อการหลอกลวงไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่มันคือระบบ

เอกสารของ Meta ระบุว่า ทีมตรวจสอบภายในไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการใดๆ หากการลบโฆษณาจะกระทบรายได้ของบริษัทเกิน 0.15% ของรายได้รวมในช่วงครึ่งปีแรก 2025 — หรือราว 135 ล้านดอลลาร์

กล่าวอีกอย่างคือ มี “เพดานขีดจำกัด” ของการทำสิ่งที่ถูกต้อง

นี่คือปรากฏการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์องค์กรเรียกว่า Ethical Cap  เมื่อจริยธรรมถูกกำหนดเพดานไว้ไม่ให้กระทบเป้าทางการเงิน

====

🔒 "ความรับผิดชอบในยุคดิจิทัล" จะทำอย่างไรเมื่อระบบเป็นผู้ร่วมมือ?

โลกเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคที่คำว่า “ไม่รู้” ใช้แก้ตัวไม่ได้อีกต่อไป เพราะทุกการตัดสินใจของอัลกอริทึมล้วนถูกออกแบบโดยมนุษย์

Meta ไม่ใช่รายแรกและอาจไม่ใช่รายสุดท้าย แต่คือสัญญาณเตือนว่า “การปล่อยให้เทคโนโลยีเติบโตโดยไม่มีโครงสร้างจริยธรรมกำกับ” กำลังนำโลกเข้าสู่วิกฤตศรัทธาครั้งใหม่  เมื่อแพลตฟอร์มที่เราไว้ใจกลายเป็นเครื่องมือของผู้ร้าย

สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้คือ 3 เส้นทางของการเปลี่ยนแปลง

1. Regulation 2.0 — หน่วยงานกำกับต้องยกระดับกฎหมายโฆษณาดิจิทัลให้เทียบเท่าภาคการเงิน กำหนดให้บริษัทต้องตรวจสอบและรายงานแหล่งรายได้ที่ผิดปกติอย่างโปร่งใส

2. Corporate Ethics Index — นักลงทุนและผู้บริโภคควรมีเครื่องมือในการประเมิน “ความโปร่งใสทางจริยธรรม” ของ Big Tech ก่อนตัดสินใจลงทุนหรือใช้บริการ

3. Algorithmic Accountability — แพลตฟอร์มต้องเปิดเผยการทำงานของระบบคัดกรองโฆษณา และให้บุคคลภายนอกสามารถตรวจสอบได้

====

✨ กำไรที่มากเกินไปอาจเป็น “ภาษีศีลธรรม” ที่รอวันต้องชำระ?

เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ข้อมูล” คือทองคำใหม่ แต่ทองคำทุกก้อนย่อมมีต้นกำเนิด ถ้ามันถูกขุดมาจากเหมืองมืด ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ต่างจากคำสาปในระยะยาว

Meta คือกรณีศึกษาแห่งยุค ที่สะท้อนคำถามเชิงคุณค่าอันหนักหน่วงของธุรกิจเทคโนโลยี: คุณจะเติบโตอย่างไร โดยไม่ต้องขายจิตวิญญาณของแพลตฟอร์ม?

ในวันที่อัลกอริทึมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา คำถามสุดท้ายที่มนุษย์ต้องตอบคือ — เราจะยังรู้จัก “ถูกผิด” อยู่ไหม?

#วันละเรื่องสองเรื่อง #Meta #ScamEconomy #DigitalEthics #ReutersInvestigation #BigTech #AdTech #CorporateGovernance

====

📚 แหล่งอ้างอิง

* Reuters. (2025, November 6). Meta is earning a fortune on a deluge of fraudulent ads, documents show. (https://www.reuters.com/investigations/meta-is-earning-fortune-deluge-fraudulent-ads-documents-show-2025-11-06/)

#วันละเรื่องสองเรื่อง

#Meta

#Scammers

#FacebookAds

#Reuters

#DigitalFraud

#TechScandal

#เศรษฐกิจสีเทา

2025/11/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคที่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารและทำธุรกิจ เรายังมองข้ามปัญหาสำคัญที่แพลตฟอร์มเหล่านี้อาจกลายเป็นฐานทัพของเศรษฐกิจสีเทาได้อย่างไม่ทันตั้งตัว เช่นกรณีของ Meta ที่รายงานจาก Reuters เผยให้เห็นว่าราว 10% ของรายได้จากโฆษณาของ Meta ในปี 2024 มีลักษณะเป็น Scam Ads หรือโฆษณาหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าต้องห้ามและกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก การปรากฏของระบบกลไก "Penalty Bids" ที่เป็นการเก็บค่าคุ้มครองดิจิทัลจากผู้ลงโฆษณาที่มีพฤติกรรมเสี่ยงสูง สะท้อนถึงการเลือกให้ผลตอบแทนทางรายได้มีความสำคัญมากกว่าความถูกต้องทางจริยธรรม และยังแสดงให้เห็นวงจรอุบาทว์ที่อัลกอริทึมสร้างขึ้น คือยิ่งผู้ใช้คลิกโฆษณาหลอกลวงมากเท่าไร ระบบก็จะป้อนโฆษณาประเภทเดียวกันซ้ำๆ เพื่อสร้างรายได้ให้แพลตฟอร์มมากขึ้น ความเสียหายที่เกิดกับผู้ใช้ไม่ได้หยุดแค่ความเชื่อถือที่ลดลงของแพลตฟอร์มเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อความปลอดภัยทางการเงินและสุขภาวะทางจิต ด้วยการป้อนข้อมูลหลอกลวงที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น ความโลภและความกลัว ซึ่งทำให้ผู้ใช้ตกอยู่ในกับกับดักของสแกมเมอร์ นอกจากนี้ เรายังเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวดอย่างเท่าเทียมกับภาคการเงิน จึงทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายซึ่งถูกกลไก "Regulatory Arbitrage" ใช้ประโยชน์เพื่อลดผลกระทบของกฎระเบียบและเพิ่มกำไรสูงสุด การลงทุนมหาศาลของ Meta ใน AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นโมเดล Llama ถูกตั้งคำถามว่ารายได้จาก "เศรษฐกิจมืด" เช่นโฆษณาหลอกลวง ได้ช่วยเลี้ยงดูระบบวิจัยสีขาวเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งทำให้เกิดความท้าทายทางจริยธรรมและเชิงโครงสร้างของโลกดิจิทัลในอนาคต ทางออกจำเป็นต้องประกอบด้วยการยกระดับการกำกับดูแล (Regulation 2.0) ที่เทียบเท่ากับภาคการเงิน การประเมินความโปร่งใสทางจริยธรรมของบริษัท (Corporate Ethics Index) และความรับผิดชอบของอัลกอริทึม (Algorithmic Accountability) เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยและความเชื่อถือของผู้ใช้เป็นจริง สรุปแล้ว Meta เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า "กำไรที่มากเกินไป" หากมาจาก "เศรษฐกิจสีเทา" อาจกลายเป็น "ภาษีศีลธรรม" ที่ต้องชำระในระยะยาว เมื่อเราอยู่ในโลกที่อัลกอริทึมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา คำถามที่เราต้องตอบคือ เรายังมีความสามารถในการแยกแยะระหว่าง "ถูก" กับ "ผิด" หรือไม่ในยุคดิจิทัลนี้

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพแสดงแผนผังหุ้นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจอวกาศ โดยมีจรวดเป็นศูนย์กลาง แบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น การปล่อยจรวด ดาวเทียม ชิ้นส่วน สื่อสาร วิเคราะห์ข้อมูล วัสดุ เครือข่าย เซนเซอร์และพลังงาน และกลาโหม พร้อมสัญลักษณ์และชื่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง
เศรษฐกิจอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
เศรษฐกิจอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป มันคือ “ห่วงโซ่อุตสาหกรรม” ตั้งแต่ปล่อยจรวด → ดาวเทียม → การสื่อสาร → ข้อมูล → ความมั่นคง → พลังงาน เกมนี้ไม่ได้วัดว่าใครยิงจรวดเท่ที่สุด แต่วัดว่าใคร อยู่ในจุดที่เงินไหลผ่านซ้ำได้ มีสัญญารัฐ มีลูกค้าองค์กร และสเกลได้ระยะยาว อวกาศ = ธีมเติบโตสูง แต่ต
หมอชาย l JS l การเงิน | ลงทุน

หมอชาย l JS l การเงิน | ลงทุน

ถูกใจ 79 ครั้ง

เมนูที่เหมาะกับเศรษฐกิจช่วงนี้😅
คะน้าปลากระป๋อง🥬🐟 สูตรอาหาร 🥦วัตถุดิบ : 1. ปลากระป๋อง 2. ผักคะน้า 3. พริกสด 4. กระเทียม 🥘เครื่องปรุง : 1. ซอสหอยนางรม 2. น้ำตาลทราย 3. ซีอิ๊วขาว 4. ผงปรุงรส 🍳ขั้นตอนการทำ: 1. เจียวพริกกับกระเทียมให้หอม 2. ใส่ผักคะน้าลงไป ผัดให้พอสุก ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว แล
ครัวไม่จริงจัง🍳

ครัวไม่จริงจัง🍳

ถูกใจ 17 ครั้ง

เจลาโต้ถูกและอร่อย เหมาะกับเศรษฐกิจช่วงนีั
โดเช่ เจลาโต้คืออร่อยมากทุกคน ที่สำคัญราคาเข้าถึงง่ายอะ เวลาไปห้างกินตลอดด และมันมีหลายรสชาติมาก ขอพี่พนักงานชิมได้ด้วยนะ ไซส์เล็กสุด 39 บาท ได้ 2 รส ฟินน มีสาขาตามนี้นะ 1.เซ็นทรัลพระราม 2 (ชั้น 3) 2.ยูเนี่ยนมอลล์ลาดพร้าว (ชั้น 3) 3.เซ็นทรัลเวสต์เกต (ชั้น 3) 4.เซ็นทรัลพระราม 3 (ชั้น 2) 5.อิม
ฟฟ

ฟฟ

ถูกใจ 157 ครั้ง

Stagflation (เงินเฟ้อ + เศรษฐกิจชะลอตัว)
ของแพงขึ้น แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขึ้น ช่วงนี้ โฟกัสแค่ “อย่าล้ม” ก็พอ เพราะเกมนี้ เราไม่ได้เป็นคนตั้งกติกา เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย เศรษฐกิจ ล้วนเป็น “สิ่งที่เราคุมไม่ได้” สิ่งเดียวที่คุมได้จริง ๆ คือ “วิธีเล่นของเรา” จะใช้เงินยังไง จะรักษาเงินสดยังไง จะไม่ให้ตัวเองพังในจังหวะนี้ยังไง
Moneynotes

Moneynotes

ถูกใจ 2 ครั้ง

ทฤษฎีแหกตา: ธุรกิจบังหน้า กับเกมซ่อนเงินที่คนธรรมดามองไม่เห็น”
ขบวนการ "ธุรกิจบังหน้าฟอกเงินของทุนจีนเทา" จะทำให้เราเห็นภาพที่ลึกซึ้งของการใช้ระบบกฎหมายและช่องว่างทางเศรษฐกิจของไทยในการบิดเบือนระบบทุนนิยม ​ธุรกิจบังหน้าเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ "ทำกำไรจากการค้าขาย" แต่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น "เครื่องซักผ้า" (Laundering Mac
ทฤษฏีแหกตา

ทฤษฏีแหกตา

ถูกใจ 28 ครั้ง

ชี้เป้าที่ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยงบประหยัด 
เหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้สุด ๆ
ชี้เป้าที่ติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยงบประหยัด เหมาะกับเศรษฐกิจแบบนี้สุด ๆ ✨💸😭 ** วิธีรับราคาโปร : แค่พิมพ์ ANN08 ในแชทบ้าน🍀 @Pageforent รับรายละเอียดเล้ย #studytok #tiktokuni #สอบเข้ามหาวิทยาลัย #อ่านหนังสือ #dek70
Maruku.blog

Maruku.blog

ถูกใจ 103 ครั้ง

ภาพรวมปัจจัยทางเศรษฐกิจ 5 อย่าง ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย, นโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ, ค่าเงิน, Bond Yield และ Supply Shock ที่ส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน
ภาพอธิบายผลกระทบของการขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยต่อการกู้ยืม การออม และตลาดหุ้นประเภทต่างๆ พร้อมภาพเจอโรม พาวเวลล์ และอาคารธนาคารกลางสหรัฐฯ
ภาพอธิบาย Bond Yield ซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมภาพเทพีเสรีภาพและกราฟ Bond Yield
รู้จักสถานการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น📊
👉🏼ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ได้ยินกันอยู่บ่อยๆ ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร? 📈เราสรุปมาให้เพื่อนๆ 5 สถานการณ์ที่เราคุ้นเคย ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร เพื่อเป็นความรู้ประกอบเส้นทางการลงทุนของทุกคน #ตลาดหุ้น #ลงทุน #เศรษฐกิจ #หุ้นอเมริกา #ลงทุนหุ้นต่างประเทศ
Tim.Fin

Tim.Fin

ถูกใจ 3 ครั้ง

5 ข้อ ใช้สกินแคร์ให้ผิวดี ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี!⭐️
5 ข้อ ใช้สกินแคร์ให้ผิวดี ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี!⭐️ #คลาสบิ้วตี้ #สกินแคร์ #ผิวดี #ความรู้ #สกินแคร์3นาที
intheafterglows

intheafterglows

ถูกใจ 881 ครั้ง

เอาตัวรอดยังไงกับเศรษฐกิจแบบนี้😢
ยุคนี้ทำกับข้าวกินเอง น่าจะประหยัดสุดแล้วไหม หรือทุกคนมีความเห็นว่าไง บ้างคะมาแชร์กันหน่อย #อะไรๆก็แพงขึ้น #ทำอาหารกินเอง #เอาชีวิตรอดยังไงกับ เศรษฐกิจแบบนี้ยุคนี้
CEO ความสุข❤️ 🥰

CEO ความสุข❤️ 🥰

ถูกใจ 1 ครั้ง

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไม่เหมาะกับการเปลี่ยนงานจริงหรอ ?
เตยมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ จากหลายสายงาน ซึ่งก็ได้ insights ที่น่าสนใจมาแชร์เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ และการจ้างงานเตยจะสรุปให้ฟังเป็นข้อๆ ค่ะ 🔘 ช่วงนี้คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลงมากๆ เช่น เพื่อนเปิดคาเฟ่ บอกว่าเมื่อก่อนลูกค้าจะสั่งอาหาร เครื่องดื่ม และขนม ครบเซท แต่ตอนนี้จะสั่งแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
Baitoey

Baitoey

ถูกใจ 41 ครั้ง

ภาพรวมการลงทุนในประเทศอื่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ แสดงธงชาติญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน เยอรมนี และโลโก้บริษัทชั้นนำ เช่น Sony, Samsung, BYD, Volkswagen, BMW.
ข้อมูลการลงทุนในญี่ปุ่น แสดงธงชาติญี่ปุ่น รายละเอียด ETF ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น EWJ และ FLJP พร้อมโลโก้แบรนด์ดัง Nintendo, Sony, Toyota.
ข้อมูลการลงทุนในจีน แสดงธงชาติจีน รายละเอียด ETF ดัชนีหุ้นจีน MCHI, FXI, KWEB พร้อมโลโก้บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ Tencent และ Alibaba.
🔎 ลงทุนในเศรษฐกิจประเทศอื่นที่น่าสนใจ แบบง่ายๆ ผ่าน ETF 🚀✨
💬 หลายๆ คนคงเคยได้ยินว่าลงทุนในอเมริกาให้ผลตอบแทนดีอย่าง S&P500 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% แต่ผมว่าก็คงมีคนไม่น้อยที่สนใจในประเทศอื่นๆ แต่ไม่รู้จะลงทุนยังไง วันนี้ผมมี ETF ที่ลงทุนตามดัชนีของประเทศต่างๆ มาแชร์ให้ทุกคนกันนะครับ ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีประเทศอะไรบ้างนั้นเราไปเข้าเนื้อหากันเลย✨ ——
Chaichanaowen

Chaichanaowen

ถูกใจ 45 ครั้ง

ในยุคที่ เศรษฐกิจแย่ ตอนนี้ 😱😢
ในยุคที่เศรษฐกิจ แย่ๆ ช่วงนี้ เพื่อนๆ ยอมตัดใจไม่ใช้เงินกับอะไรไปแล้วบ้าง 💥ของเรา งด ทานข้าวนอกบ้าน เน้นทำกับข้าวทานเอง✅ #lemon8ไดอารี่ #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ป้ายยากับlemon8
เอิร์ธที่เจอมากับตัว

เอิร์ธที่เจอมากับตัว

ถูกใจ 55 ครั้ง

รู้หรือไม่? เบื้องหลังเศรษฐกิจโลก อาจไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยประเทศเพียงอย่างเดียว
🌎💰 รู้หรือไม่? เบื้องหลังเศรษฐกิจโลก อาจไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี "กลุ่มทุน" และ "บริษัทยักษ์ใหญ่" ที่มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมทั่วโลกอีกด้วย! จากภาพนี้ เราจะเห็นรายชื่อองค์กรและกลุ่มธุรกิจระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในด้านการเงิน พลังงาน เทคโนโลยี ค้าปลีก และ
iQ iT : ไอคิว ไอที

iQ iT : ไอคิว ไอที

ถูกใจ 5 ครั้ง

ทำไมเศรษฐกิจไม่ดี แต่ยังมีคนรวยขึ้น… 40+ ต้องรู้
1. อย่ามองแค่ความลำบาก แต่มองหาโอกาสในวิกฤต 🧐 เวลาทุกคนเห็นปัญหา คนที่โตได้คือคนที่มองเห็น “ช่องทาง” …วิกฤตไม่ได้มีไว้ให้เรากลัวอย่างเดียว “แต่มีไว้ทดสอบว่าเราจะมองเห็นอะไรในนั้น” 2. ความรวยไม่ได้วัดจากรายได้ แต่วัดจากวิธีคิดเรื่องเงิน 🤩 บางคนได้เงินเยอะ แต่หมดเร็ว บางคนรายได้ธรรมดา แต่รู้จักเ
Preewara Thanaratphatsorn

Preewara Thanaratphatsorn

ถูกใจ 7 ครั้ง

ลูกค้าบอก "เศรษฐกิจไม่ดี ยังไม่อยากทำประกัน" ตอบลูกค้ากลับยังไงดีหล่ะ
ครูเฟิส ขายดี

ครูเฟิส ขายดี

ถูกใจ 3 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม