EP.2 หลังจากบ่มส่วนผสมของกรีกโยเกิร์ตไปแล้ว 16 ชั่วโมง❗️
EP.2 หลังจากบ่มส่วนผสมของกรีกโยเกิร์ตไปแล้ว 16 ชั่วโมงปรากฏว่าอุณหภูมิไม่สูงพอที่จะทำให้ส่วนผสมมาเซตตัวเป็นพุดดิ้งเค้าเลยบ่มเพิ่มไปอีก 2 ชั่วโมงในอุณหภูมิ 40 ถึง 50 องศา➰💕
🥄 การทำให้เป็นกรีกโยเกิร์ต
• นำโยเกิร์ตที่ได้ไป กรองด้วยผ้าขาวบาง / กระดาษกรองกาแฟ / ถุงผ้า
• ทิ้งไว้ในตู้เย็น 4–12 ชั่วโมง ขึ้นกับความข้นที่อยากได้
• 4 ชั่วโมง → เนื้อครีมมี่
• 8 ชั่วโมง → เนื้อแน่นเหมือนกรีกโยเกิร์ตทั่วไป
• 12 ชั่วโมงขึ้นไป → ข้นมาก ใกล้เคียงครีมชีส
น้ำที่กรองออกมาเรียกว่า Whey (หางนม) ซึ่งยังมีโปรตีนสูง นำไปทำสมูทตี้หรือทำขนมได้
⸻
👉 สรุปง่าย ๆ:
• วัตถุดิบ = นมสด + หัวเชื้อโยเกิร์ต
• บ่มที่อุณหภูมิอุ่น ๆ 6–8 ชั่วโมง จนได้เนื้อพุดดิ้ง
• จากนั้นกรองต่ออีก 4–12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้กรีกโยเกิร์ตข้นมัน #โยเกิร์ตทำเอง #ทำกรีกโยเกิร์ตเอง #กรีกโยเกิร์ตทำเองง่ายๆ #Lemon8ฮาวทู
สำหรับใครที่สนใจจะทำกรีกโยเกิร์ตเอง อยากแชร์เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้คุณได้โยเกิร์ตเนื้อเนียนข้นแบบกรีกโยเกิร์ตแท้ ๆ หลังจากที่ผมลองหมักส่วนผสมประมาณ 16 ชั่วโมง ปรากฏว่าเนื้อโยเกิร์ตยังไม่เซตตัวดีเท่าที่ควร เลยตัดสินใจเพิ่มเวลาบ่มอีก 2 ชั่วโมงที่อุณหภูมิประมาณ 40–50 องศา ช่วยให้ได้พุดดิ้งที่ข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นสิ่งสำคัญคือการกรองด้วยผ้าขาวบางหรือถุงผ้าขนาดละเอียดเพื่อลดน้ำและเพิ่มความข้น โดยทิ้งไว้ในตู้เย็นตามความชอบระหว่าง 4–12 ชั่วโมงถ้าต้องการความเนียนนุ่มจะหมักสั้น ๆ ประมาณ 4 ชั่วโมงก็พอแล้ว แต่ถ้าอยากได้เนื้อแน่นขึ้นเหมือนกรีกโยเกิร์ตที่ซื้อขายทั่วไป แนะนำ 8 ชั่วโมง และถ้าอยากให้ข้นสุด ๆ ใกล้เคียงครีมชีส อาจนานไปถึง 12 ชั่วโมง นอกจากนี้ น้ำที่กรองออกมาเรียกว่า Whey หรือหางนม ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหาร นำมาใช้ทำสมูทตี้หรือทำขนมต่อได้ ไม่ควรทิ้งเพราะเป็นส่วนที่มีคุณค่า ถ้าคุณหมั่นลองหมักแต่ละรอบจะเริ่มจับจุดการควบคุมเวลาและอุณหภูมิได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญใช้หัวเชื้อโยเกิร์ตที่มีชีวิตดี เพื่อการบ่มที่สมบูรณ์แบบ ลองทำกรีกโยเกิร์ตเองที่บ้านดูครับ รับรองได้ความอร่อยและสุขภาพดีพร้อมกันในขวดเดียว!


