トリックは早起きして走りました。
「今日はやりました!初めて5 kmを走りましたが、小さな一歩でしたが、今日は成功しました。飛べる気がします。」
朝起きて走りやすくするためのトリック@
1.十分な睡眠が取れない場合は、早く寝てください。早起きして、仕事をする方法はありません。
2.ベッドのそばにセットを用意してください。起きてから着用してください。あまり考えすぎないでください。
ベッドから遠く離れた場所に目覚まし時計を設置してください。そうすれば、起き上がって電源を切り、部屋を出る必要があります!
4.実行中の友人を見つける-人々が待っています。それははるかに困難になります。
5.小さな目標を目指してください-「10分間ゆっくり走る」と考えてください。最後の目標はしばしばそれ以上になります。
6.燃えるような歌で目を覚ます-それは時間の力を引き出すのに役立ちます。
7.走った後は、お気に入りのコーヒーや美味しい朝食などをご褒美にしましょう。
8.走った後にリフレッシュすることを想像してみてください。もちろん、寝るよりも、押すよりも、そりに乗るよりも、5ラウンド起きる方が良いです。
9.小さなチャレンジを設定しましょう。例えば、自分自身を目覚めさせるために7日間のご褒美をあげましょう。
朝に走りたい人は、このトリックを使ってみてください。
หลายคนถามว่า “วิ่งยังไงไม่ให้เหนื่อย” ของเราคือเหนื่อยน้อยลงได้จริงหลังจากปรับไม่กี่อย่าง (ตอนเริ่มวิ่งใหม่ๆ เราก็หอบตั้งแต่ 5 นาทีแรกเหมือนกัน) เลยสรุปเป็นแนวทางที่ใช้เองตอนตั้งใจจะทำให้จบ MY FIRST 5KM ค่ะ 1) เริ่มช้ากว่าที่คิด (คุมเพซให้คุยได้) ทริคที่เปลี่ยนเกมสำหรับเราเลยคือ “ออกตัวช้า” ช้าจนรู้สึกว่าเหมือนเดินเร็วก็ได้ ถ้าระหว่างวิ่งยังพูดเป็นประโยคสั้นๆ ได้ แปลว่าเพซกำลังดี โอกาสเหนื่อยจนต้องหยุดจะน้อยลงมาก พอร่างกายอุ่นแล้วค่อยเพิ่มสปีดนิดหน่อยช่วงท้าย 2) ใช้วิธีวิ่ง-เดิน (Run/Walk) ไม่ต้องเขิน ถ้าอยากวิ่งให้ได้นานโดยไม่เหนื่อยไว ลองแพทเทิร์นง่ายๆ เช่น วิ่ง 2 นาที เดิน 1 นาที ทำวน 20–30 นาที ร่างกายจะคุมหัวใจได้ดีขึ้น และเราจะรู้สึกว่า “ไหว” มากกว่าเร่งวิ่งรวดเดียว 3) หายใจให้เป็นจังหวะ (ลดอาการจุก) ของเราชอบใช้จังหวะ 3:2 คือ “หายใจเข้า 3 ก้าว / หายใจออก 2 ก้าว” (หรือ 2:2 ถ้าวิ่งเร็วขึ้น) พอหายใจเป็นจังหวะจะไม่หอบมั่วๆ และช่วยลดจุกข้างได้ดีมาก 4) วอร์มอัพ 5–8 นาที ก่อนเริ่มจริง ก่อนวิ่งให้เดินเร็ว + แกว่งแขน + ยกเข่าเบาๆ หรือยืดแบบไดนามิกนิดหน่อย พอร่างกายตื่น กล้ามเนื้อจะทำงานลื่นขึ้น ทำให้กิโลแรกไม่โหดเกินไป 5) โฟกัสท่าวิ่งสั้นๆ 2 จุดพอ - ไหล่ผ่อน ไม่ยกไหล่เกร็ง - ก้าวสั้นลงนิดนึง (อย่าก้าวยาวเกิน) จะช่วยประหยัดแรงและลดแรงกระแทก เราเคยเหนื่อยเพราะเกร็งทั้งตัว พอผ่อนไหล่กับก้าวสั้นลง รู้สึกเบาลงทันที 6) เลือกเวลาวิ่ง + กิน/ดื่มให้เหมาะตอนเช้า ถ้าวิ่งเช้ามากๆ เราจะดื่มน้ำ 1 แก้วเล็กก่อนออก และถ้าหิวจริงๆ จะกินกล้วยครึ่งลูกหรือขนมปังคำสองคำ (ไม่หนักท้อง) แล้วค่อยไปวิ่ง จะลดอาการหน้ามืด/หมดแรงกลางทาง 7) ตั้งเป้า “เวลา” ไม่ใช่ “ความเร็ว” ถ้ากดดันว่าต้องวิ่งเร็ว จะเหนื่อยเร็วตามใจเลย ลองตั้งเป้าวันนี้ “ออกไปขยับ 10 นาที” หรือ “ครบ 20 นาที” พอทำได้บ่อยๆ เดี๋ยวระยะทางจะมาเอง แบบที่เราค่อยๆ ไต่จนจบ 5K ครั้งแรก 8) หลังวิ่งให้คูลดาวน์ 5 นาที เดินช้าๆ แล้วค่อยยืด จะช่วยให้ฟื้นไว ไม่ปวดเมื่อยจนพรุ่งนี้ไม่อยากตื่นไปวิ่ง สรุปสั้นๆ ถ้าอยากวิ่งไม่ให้เหนื่อย: ออกตัวช้า + หายใจเป็นจังหวะ + วิ่งสลับเดิน + วอร์มอัพ/คูลดาวน์ให้ครบ ทำไปสัก 1–2 สัปดาห์จะรู้สึกชัดเลยว่าร่างกายไหวขึ้น แล้วเป้าหมาย 5K จะไม่ไกลอย่างที่คิดค่ะ





























