ทริคตื่นเช้าไปวิ่ง
“วันนี้ทำได้แล้ว! วิ่งครบ 5km เป็นครั้งแรก ก้าวเล็กๆ แต่วันนี้สำเร็จ รู้สึกเหมือนบินได้ 💪🏃♀️💨✨”
ทริคที่จะช่วยให้ตื่นไปวิ่งตอนเช้าได้ง่ายขึ้นค่ะ@
1. นอนเร็ว – ถ้าไม่ได้นอนพอ ตื่นเช้าไม่มีทางเวิร์ค
2. เตรียมชุดไว้ข้างเตียง – ตื่นมาจะได้ใส่เลย ไม่ต้องคิดเยอะ
3. ตั้งนาฬิกาปลุกไกลเตียง – จะได้ต้องลุกไปปิด (แล้วก็ออกจากห้องไปเลย!)
4. หาเพื่อนวิ่ง – มีคนรออยู่ จะ อู้ยากขึ้นเยอะ
5. ตั้งเป้าเล็กๆ – คิดว่า “วิ่งเบาๆ แค่ 10 นาที” สุดท้ายมักไปได้ไกลกว่า
6. ปลุกด้วยเพลงที่ไฟลุก – เพลงมันๆ จะช่วยดันพลังตอนงัวเงีย
7. ให้รางวัลตัวเองหลังวิ่ง – เช่น กาแฟแก้วโปรด หรืออาหารเช้าอร่อยๆ
8. จินตนาการถึงความสดชื่นหลังวิ่ง – ดีกว่านอนกดเลื่อนปลุก 5 รอบแน่นอน
9. ตั้ง Challenge เล็กๆ – เช่น ครบ 7วัน ติดจะให้รางวัลตัวเอง เป็นการปลุกไฟให้ไม่หลุด
ใครอยากวิ่งตอนเช้า ลองนำทริคนี้ไปใช้ได้นะคะ
#วิ่ง #วิ่งเพื่อสุขภาพ #เทรนด์บิวตี้ #Lemon8ฮาวทู #Lemon8 สวนเบญจกิติ
หลายคนถามว่า “วิ่งยังไงไม่ให้เหนื่อย” ของเราคือเหนื่อยน้อยลงได้จริงหลังจากปรับไม่กี่อย่าง (ตอนเริ่มวิ่งใหม่ๆ เราก็หอบตั้งแต่ 5 นาทีแรกเหมือนกัน) เลยสรุปเป็นแนวทางที่ใช้เองตอนตั้งใจจะทำให้จบ MY FIRST 5KM ค่ะ 1) เริ่มช้ากว่าที่คิด (คุมเพซให้คุยได้) ทริคที่เปลี่ยนเกมสำหรับเราเลยคือ “ออกตัวช้า” ช้าจนรู้สึกว่าเหมือนเดินเร็วก็ได้ ถ้าระหว่างวิ่งยังพูดเป็นประโยคสั้นๆ ได้ แปลว่าเพซกำลังดี โอกาสเหนื่อยจนต้องหยุดจะน้อยลงมาก พอร่างกายอุ่นแล้วค่อยเพิ่มสปีดนิดหน่อยช่วงท้าย 2) ใช้วิธีวิ่ง-เดิน (Run/Walk) ไม่ต้องเขิน ถ้าอยากวิ่งให้ได้นานโดยไม่เหนื่อยไว ลองแพทเทิร์นง่ายๆ เช่น วิ่ง 2 นาที เดิน 1 นาที ทำวน 20–30 นาที ร่างกายจะคุมหัวใจได้ดีขึ้น และเราจะรู้สึกว่า “ไหว” มากกว่าเร่งวิ่งรวดเดียว 3) หายใจให้เป็นจังหวะ (ลดอาการจุก) ของเราชอบใช้จังหวะ 3:2 คือ “หายใจเข้า 3 ก้าว / หายใจออก 2 ก้าว” (หรือ 2:2 ถ้าวิ่งเร็วขึ้น) พอหายใจเป็นจังหวะจะไม่หอบมั่วๆ และช่วยลดจุกข้างได้ดีมาก 4) วอร์มอัพ 5–8 นาที ก่อนเริ่มจริง ก่อนวิ่งให้เดินเร็ว + แกว่งแขน + ยกเข่าเบาๆ หรือยืดแบบไดนามิกนิดหน่อย พอร่างกายตื่น กล้ามเนื้อจะทำงานลื่นขึ้น ทำให้กิโลแรกไม่โหดเกินไป 5) โฟกัสท่าวิ่งสั้นๆ 2 จุดพอ - ไหล่ผ่อน ไม่ยกไหล่เกร็ง - ก้าวสั้นลงนิดนึง (อย่าก้าวยาวเกิน) จะช่วยประหยัดแรงและลดแรงกระแทก เราเคยเหนื่อยเพราะเกร็งทั้งตัว พอผ่อนไหล่กับก้าวสั้นลง รู้สึกเบาลงทันที 6) เลือกเวลาวิ่ง + กิน/ดื่มให้เหมาะตอนเช้า ถ้าวิ่งเช้ามากๆ เราจะดื่มน้ำ 1 แก้วเล็กก่อนออก และถ้าหิวจริงๆ จะกินกล้วยครึ่งลูกหรือขนมปังคำสองคำ (ไม่หนักท้อง) แล้วค่อยไปวิ่ง จะลดอาการหน้ามืด/หมดแรงกลางทาง 7) ตั้งเป้า “เวลา” ไม่ใช่ “ความเร็ว” ถ้ากดดันว่าต้องวิ่งเร็ว จะเหนื่อยเร็วตามใจเลย ลองตั้งเป้าวันนี้ “ออกไปขยับ 10 นาที” หรือ “ครบ 20 นาที” พอทำได้บ่อยๆ เดี๋ยวระยะทางจะมาเอง แบบที่เราค่อยๆ ไต่จนจบ 5K ครั้งแรก 8) หลังวิ่งให้คูลดาวน์ 5 นาที เดินช้าๆ แล้วค่อยยืด จะช่วยให้ฟื้นไว ไม่ปวดเมื่อยจนพรุ่งนี้ไม่อยากตื่นไปวิ่ง สรุปสั้นๆ ถ้าอยากวิ่งไม่ให้เหนื่อย: ออกตัวช้า + หายใจเป็นจังหวะ + วิ่งสลับเดิน + วอร์มอัพ/คูลดาวน์ให้ครบ ทำไปสัก 1–2 สัปดาห์จะรู้สึกชัดเลยว่าร่างกายไหวขึ้น แล้วเป้าหมาย 5K จะไม่ไกลอย่างที่คิดค่ะ


































