เที่ยวญี่ปุ่นโดยใช้ JR Kansai Area Pass 4 วัน
เที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ใช้ JR Kansai Area Pass 4 วัน
เส้นทาง Osaka, Kyoto, Kobe, Nara, Wakayama, Otsu,Tsuruga
รวมแพลนเที่ยว
🗺️สถานที่
DAY 1📍: OSAKA
DAY 2📍: KYOTO
DAY 3📍: SHIGA
DAY 4📍: KOBE
นอกจากนั่ง JR ข้ามเมืองแล้ว ทริปคันไซจะ “ลื่น” มากขึ้นถ้ารู้วิธีใช้รถบัสในเมือง โดยเฉพาะนาราและโกเบที่หลายจุดท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ติดสถานีรถไฟเป๊ะ ๆ เราเลยสรุปทริคแบบที่ใช้จริงไว้ให้ เผื่อใครค้นหาเรื่อง nara bus / kobe bus จะได้ไม่งงตอนหน้างาน การขึ้นรถบัสที่นารา (Nara bus) ส่วนใหญ่จุดเริ่มที่สะดวกคือแถวสถานี Kintetsu-Nara หรือ JR Nara (เดินออกมาหน้าสถานีจะเห็นป้ายบัสเป็นโซน ๆ) ถ้าเป้าหมายคือ Nara Park/วัดโทไดจิ/ศาลเจ้าคาสุงะ หลายคนเลือกเดินจาก Kintetsu-Nara ได้เลย แต่ถ้าวันนั้นอยากเซฟแรงหรืออากาศร้อน/ฝนตก บัสเป็นตัวช่วยดีมาก วิธีขึ้นที่เจอประจำคือขึ้นประตูหลัง “หยิบบัตร/ตั๋วกระดาษ” หรือแตะ IC (ถ้ามี) แล้วไปจ่าย/แตะออกตอนลงประตูหน้า เวลาไม่แน่ใจว่าไปถูกไหม เราจะดูชื่อป้ายถัดไปบนจอ หรือใช้ Google Maps แล้วเช็กว่ารถกำลังวิ่งไปตามเส้นทางที่แมปแนะนำหรือเปล่า เรื่องจ่ายเงิน: ถ้าไม่ได้ใช้ IC card ให้เตรียมเหรียญไว้ เพราะบางคันต้องหยอดเงินพอดี (ถ้าแบงก์ใหญ่เกินไปจะเสียเวลาทอน) ทริคของเราคือแลกเหรียญตั้งแต่เช้า หรือพกกระเป๋าเหรียญแยกไว้หยิบง่าย ๆ ตอนลงจะไม่กดดันคนข้างหลัง ส่วนโกเบ (Kobe bus) เราชอบใช้บัสเวลาจะไปจุดที่ต้องต่อจากสถานีหลัก เช่น ย่านริมอ่าว/บางโซนใกล้ภูเขา เพราะเดินไกลเหมือนกัน หลักการขึ้น-ลงคล้าย ๆ กัน แต่ละป้ายจะมีหมายเลขสายและตารางเวลา ถ้าไปช่วงเย็นแนะนำเผื่อเวลานิดนึงเพราะรถอาจช้าเพราะรถติดในเมือง เราใช้วิธี “เล็ง 2 แผน” คือเช็กทั้งบัสและรถไฟ/รถใต้ดินไว้ใน Google Maps เผื่อพลาดคันหนึ่งจะได้สลับแผนได้ทันที ทริคให้ใช้ JR Pass + รถบัสคุ้มขึ้น: ในแต่ละเมือง เราจะใช้ JR ไปลงสถานีหลักก่อน แล้วค่อยต่อบัสเข้าแหล่งเที่ยวแทนการนั่งแท็กซี่ (ประหยัดมาก) และตั้งเป้าวันละ 2–3 จุดหลักพอ จะได้ไม่เร่งจนพลาดรอบบัส/ต่อรถหลายครั้งเกินไป สุดท้าย ถ้าตารางทริปของคุณเป็น Osaka–Kyoto–Shiga–Kobe แบบเรา แนะนำให้จด “สถานีหลัก + ป้ายบัสหน้าสถานี” ของแต่ละวันไว้ในโน้ตสั้น ๆ แค่นี้ตอนถึงจริงก็เดินตามป้ายได้เลย ไม่ต้องยืนงงหน้าสถานีนาน ๆ

