ลองนึกดู สมัยที่คุณยังเด็ก
ช่วงไหนพ่อแม่ไม่ให้ความสนใจคุณมากพอ
คุณอาจเกิดจินตนาการ สร้างพ่อแม่คู่ใหม่ขึ้นมา
เป็นพ่อแม่ที่รักใคร่ ให้ความสนใจ แสนอบอุ่น
เล่นกับคุณ ให้คำตอบคุณ
ซื้อของเล่นให้คุณ เป็นหน้าเป็นตาให้คุณ
ทำอะไรต่ออะไรให้คุณทุกอย่าง
มนุษย์ก็อย่างนั้นแหละ
เมื่ออยากแล้วไม่ได้อย่างใจอยาก
ก็มักอาศัยเครื่องมือทางธรรมชาติในตน
อันได้แก่ ‘จินตนาการ’
สร้างวิมา นขึ้นในหัว
เพื่อหลบหนี ‘ความจริง’
อาจจะแบบหลบพักชั่วคราว
หรืออาจจะเอาจริงเอาจังถาวร
ขึ้นอยู่กับความยืดเยื้อของ
ความจำเป็นต้องจินตนาการ
เมื่อความจริงไม่ช่วยให้คนคนหนึ่งอิ่ม
เขาจะสร้างจินตนาการขึ้นมาแก้หิวไปพลาง
แม้โตๆเป็นผู้ใหญ่ ถ้าคุณอยากได้โน่นอยากได้นี่
แล้วรู้สึกว่าไกลเกินเอื้อม
คุณก็ใช้เวลาว่าง หรือบางทีก็ระหว่างทำงาน
สร้างจินตนาการเรื่อยเปื่อย
จินตนาการว่าถูกหวยใหญ่
จินตนาการว่ามียศมีเกียรติ
จินตนาการว่าดาราในฝันมาหลงใหลได้ปลื้ม...
กลับมาก้มหน้ามองลูกน้อย
ลูกก็ไม่ต่างจากคุณและมนุษย์อื่น
เมื่อเขาจมอยู่ในจินตนาการเกี่ยวกับพ่อแม่ที่ไม่ใช่คุณ
ความรู้สึกที่ค่อยๆพอกพูนขึ้น
พร้อมกับการเติบโตของโครงกระดูก
ก็คือ เขาเกิดมาต ัวคนเดียว ไม่มีพ่อแม่ที่แท้จริง
พ่อแม่ของเขามีอยู่เพียงในจินตนาการ
ซึ่งยิ่งวัน เขาก็จะยิ่งรู้ว่า จินตนาการก็ส่วนจินตนาการ
ชีวิตก็ส่วนชีวิต ไม่มีทางเป็นอันเดียวกันได้
เด็กที่ต้องมีจินตนาการ
สร้างพ่อแม่คู่ใหม่ในหัวนานๆ
จะโตขึ้นเป็นนักปฏิเสธความจริง!
ส่วนคุณเอง เมื่อไม่สนใจลูก
อ้างว่าต้องสนใจแต่กับเรื่องหาอยู่หากิน
หรือที่แท้ว้าวุ่นกับความอยากของตัวเอง
วิ่งไล่ล่าความฝันหรือจินตนาการของตัวเอง
จิตวิญญาณก็จะแยกตัวไปสร้างจักรวาลใหม่ของตัวเอง
เผลอๆเห็นลูกคนอื่นทำเงินให้พ่อแม่ได้ตั้งแต่เด็ก
ก็นึกอยากเค้นคอลูกให้ทำได้อย่างนั้นบ้าง
บางทีก็เผลอมาประชดประชัน
หรือเหน็บแนมลูกว่าไม่เห็นเป็นให้คุณได้อย่างนั้นบ้าง
แต่ถ้าคุณสนใจลูก
อ่านนิทานให้ลูกฟัง
แต่งนิทานให้ลูกเล่น
เพื่อสอนความจริงในโลกให้ลูกรู้
และเพื่อคุยกับลูกได้ทุกเรื่อง ทุกรายละเอียด
คุณจะเกิดจินตนาการไปพร้อมกับลูก
เป็นจินตนาการในจักรวาลเดียวกัน
เยี่ยงคนอยู่บ้านเดียวกัน
สุดท้ายคุณจะรู้ซึ้งว่า
การรู้จักใครสักคนจริงๆตั้งแต่เขาเกิด
คือการป้องกันความผิดพลาดทุกอย่าง
ที่อาจมีขึ้นต่อกันและกันได้ทั้งหมดระหว่างคุณกับเขา!
Cr. เพจ #Dungtrin























