MIND: ถ้าเครียดให้ไปจัดบ้าน ชวนเคลียร์ชีวิตด้วย ‘มินิมอลลิสม์แบบญี่ปุ่น’ กับ 9 กฎง่ายๆ ที่ช่วยเคลียร์ความรกและลดความเครียด
.
มีใครเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ถ้ารู้สึกเครียดก็ให้ไปจัดบ้าน’ บ้าง? เพราะถ้าหากลองสังเกตวัฒนธรรมญี่ปุ่น เราจะพบว่าพวกเขามีวิธีการมากมาย ในการจัดการบ้านเรือนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย นับตั้งแต่วิธีการจัดบ้านที่โด่งดังไปทั่วโลกของ ‘มาริเอะ คอนโดะ’ หรือ ‘โอโซจิ’ ไปจนถึง ‘มินิมอลลิ สม์’
.
ศาสตร์เหล่านี้ตั้งอยู่บนหลักการเดียวกันที่ว่า หากบ้านของเราเต็มไปด้วยสิ่งของที่ไม่จำเป็น มันจะทำหน้าที่ขัดขวางการไหลเวียนของพลังงาน และก่อให้เกิดความเครียดขึ้นมา
.
เพราะในเวลาที่เราเครียด บ้านที่รกและเต็มไปด้วยข้าวของที่มักไม่มีประโยชน์ใช้สอยใดๆ จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘สัญญาณรบกวนทางสายตา’ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้ความเครียดในใจของเราพุ่งสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ‘ปรัชญามินิมอลลิสม์แบบญี่ปุ่น’ มันคือแหล่งแรงบันดาลใจ สำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาความสงบและต้องการความจดจ่อในชีวิตที่มากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน
.
ทั้งนี้ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือหยิบจับข้าวของเพื่อคัดแยก สิ่งที่ปรัชญามินิมอลลิสม์แบบญี่ปุ่นเน้นย้ำคือ เราจำเป็นต้องทำการปรับเปลี่ยนมุมมองและกรอบความคิดของตัวเองเสียก่อน
.
บ่อยครั้งที่การจัดบ้านล้มเหลว เพราะเรามักจะติดอยู่กับความคิดที่ว่า การกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต คือการพรากบางสิ่งไปจากตัวเอง แต่มันเป็นการชวนให้เราพลิกมุมมองใหม่แบบกลับด้านต่างหาก เพราะแทนที่จะเสียดาย เราควรมองว่านี่คือโอกาสที่จะได้กลับมาโฟกัสในสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีจริงๆ
.
และนี่คือกฎง่ายๆ 9 ข้อของมินิมอลลิสม์แบบญี่ปุ่น ที่เราสามารถทำได้จริง เพื่อลดความรกของบ้านและสลายความเครียดในใจไปพร้อมๆ กัน
.
1 - เข้าหนึ่ง ออกหนึ่ง: ซื้อของใหม่ชิ้นหนึ่ง ต้องเอาของเก่าออกชิ้นหนึ่ง เพื่อรักษาความสมดุลและไม่ให้บ้านกลับมารก
.
2 - มุ่งเน้นไปที่ฟังก์ชันการใช้งาน: ซื้อเฉพาะของที่มีประโยชน์ใช้สอย ถ้าเป็นของตกแต่ง ต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน สะท้อนตัวตนหรือกระตุ้นอารมณ์ และควรมีแค่ 1-2 ชิ้นในแต่ละพื้นที่
.
3 - คุณภาพเหนือกว่าปริมาณ: หยุดคิดก่อนซื้อ เลือกวัสดุจากธรรมชาติและมีความทนทานเสมอ
.
4 - ไตร่ตรองก่อนซื้อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์: อยากได้ชุดใหม่แต่ยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น ให้รอ 1 สัปดาห์ ถ้ายังคิดถึงค่อยซื้อ ถ้าลืมไปแล้วแปลว่ามันไม่ได้สำคัญ
.
5 - ซ่อนอะไรที่ซ่อนได้: บ้านที่เป็นระเบียบจะทำให้มีความเป็นมินิมอลลิสม์ขึ้น ด้วยการซ่อนของที่ใช้ทุกวันให้พ้นสายตา เช่น เครื่องชงกาแฟหลังบานตู้ เพื่อเพิ่มพื้นที่บนเคาน์เตอร์ครัว
.
6 - ทำความเข้าใจคุณค่าของพื้นที่ว่าง: เจาะลึกแนวคิดเรื่อง ‘Ma’ ของญี่ปุ่น ที่เน้นย้ำคุณค่าของพื้นที่ว่างบนผนังและในห้อง พื้นที่ว่างมีเหตุผลในการดำรงอยู่ ไม่จำเป็นต้องถมให้เต็มทุกตารางนิ้ว
.
7 - เห็นคุณค่าของสิ่งจำเป็น: การมีของน้อยชิ้น (เช่น เสื้อผ้าน้อยลง) จะช่วยตัดความยุ่งยากในการเลือก แ ละช่วยประหยัดพลังงานสมองในทุกๆ เช้า
.
8 - เรียนรู้ที่จะปล่อยวางทางอารมณ์: อย่าผูกอารมณ์หรือตัวตนไว้กับวัตถุนอกกาย เพราะในท้ายที่สุดมันก็เป็นแค่สิ่งของ แม้จะเป็นของที่รักมากที่สุดก็ตาม
.
9 - มองการทำความสะอาดเป็นพิธีกรรมทางจิตวิญญาณ: การจัดบ้านคือช่วงเวลาแห่งการทบทวนตัวเอง ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งและเผยตัวตนที่แท้จริง
.
การจัดบ้านจึงไม่ต่างอะไรกับกับการจัดระเบียบความคิดและจิตวิญญาณ เพื่อเปิดทางให้ความแจ่มชัดในใจได้ทำหน้าที่ของมัน และเมื่อเราลองเปิดใจและเริ่มต้นเคลียร์พื้นที่อยู่อาศัยตามกฎง่ายๆ เหล่านี้ เราจะพบว่าทุกๆ ตารางนิ้วที่ว่างขึ้นในบ้าน มักจะแลกมาด้วยพื้นที่ว่างในจิตใจที่เพิ่มมากขึ้นเสมอ
.ขอบคุณและยกเครดิตให้
#MIND #BrandThink #CreativeChange
#Empowering #Diversity #PositiveImpact













