❣️แก้อาการไบโพล่า แบบละเอียด❣️

อาการ 2 บุคลิค หรือ ขั้นบังคับควบคุมตนเองไม่ได้เลย

มีวิธีปรับระบบภายใน คือ

1) จดบันทึกสิ่งที่ตนเองกระทำทุกวัน

เสมือนวิปัสสนา (ตรวจสอบตนเอง)

*ธรรมะ* ไม่ใช่แค่นั่งสมาธิ

แต่ต้องเห็นอารมณ์ความรู้สึกตนเองด้วย

ถึงจะเข้าใจเหตุ-ผลของสิ่งที่เกิด

ลงลึกในความรู้สึกที่มาควบคุมตัวเองได้

คือ สมองมนุษย์มี 2 ฝั่ง => คิด - รู้สึก

บางคนเกิดมาด้วยDNAที่อีกฝั่งแสดงตัวตนหนักแน่นมากๆ

คู่กับตัวตนที่ว่างเปิดรับ

พอถึงจังหวะเวลานึง จึงควบคุมอีกฝั่งไม่ได้

การฝึกจนคุมตัวเองได้ จะต้องตั้งใจทำทุกขั้นตอน

เพื่อให้สมองกลับมาบล๊านซ์ได้

สำหรับคนที่แยก 2 ฝั่งจนคุมร่างกายไม่ได้เลย

ยิ่งต้องฝึกทุกวัน และค่อยๆเพิ่มความถี่มากกว่าคนปกติ

เพราะร่างกายเกิดจากพลังงาน

ความถี่ในการรู้ตัวต้องชัดมากพอ

ที่จะเข้าถึงพลังที่ก่อร่างกายแต่ละส่วน แต่ละระดับ

และจนกว่าจะเข้าถึงจุดว่างของพลังต้นกำเริดร่างกาย

และระบบประสาทสัมผัสทั้งหมด ถึงแก้ที่ต้นเหตุได้ (ปรับจิตใต้สำนึก)

2) แยกขั้น และปรับลงลึกทีละนิด

2.1 รู้ตัวเองว่าการกระทำนั้นๆ เกิดจากอะไร ดูเหลงตุผลของความรู้สึก ที่ส่งผลให้ทำสิ่งต่างๆลงไป ลงลึกๆไปในความรู้สึกทีละขั้นๆ

2.2 ต่อยอดด้วย ฝึกความนิ่ง (ค่อยๆทำสมาธิวันละนิด 5-10 นาที) เพื่อให้มีกำลังนิ่งมากขึ้นๆ จนสามารถนั่งดูอารมณ์นั้นเป็นแค่คลื่น ในกาย จะช่วยลดการกระทำลงได้

**ระหว่างนี้ พาชีวิตตัวเองไปในทางที่โปร่ง สบาย คือ เข้าหาธรรมชาติ ออกจากทีวีหนังเรื่องที่กดดันและเศร้า

2.3 เปลี่ยนชีวิตให้มีระเบียบมากขึ้น ด้วยวิถีชีวิตง่ายๆ

โดยวางระเบียบให้ร่างกายและจิตใจค่อยๆปรับขยับ แบบง่ายๆ แต่สม่ำเสมอ เช่น

1. จัดเก็บสิ่งของ

2. ทำอาหาร

3. ออกกำลังกาย

4. เช็ดบ้าน

5. เดินดูธรรมชาติรอบนอก

** เพื่อปลดปล่อยความวุ่นวายออกทีละนิด

2.4. พยายามฝึกนิ่งดูอารมณ์เวลาเกิดขึ้น ดูคลื่นภายใน การเปลี่ยนแปลง แรงอัดที่เกิดในร่างกายและจิตใจ ทุกครั้งที่เกิดอารมณ์ เพื่อฝึกเรียนรู้การเกิดขึ้นของแรงพลังภายใน

**เมื่อรอดูจนมันหมดแรงได้ จะเห็นการ เปลี่ยนแปลง-ดับ

นี่คือ => เห็นธรรม เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับลง

= อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

2.5 เมื่อเริ่มรู้สึกนิ่งสงบมากขึ้น ก็ตรวจสอบความรู้สึกภายในร่างกาย ด้วยสมาธิ เพื่อให้จับรู้แรงอัดในกาย ที่ส่งผลต่อการกระทำไปเรื่อยๆ บ่อยๆ เพื่อฝึกให้รู้เก่งขึ้น จนกว่าจะชัดมากในเรื่อง การเกิด-ดับ

**ความสามารถของการนิ่งดู ทำให้ควบคุมการรับรู้ให้ลึกลงสู่ระดับจิตใต้สำนึกได้

**เมื่อถึงจุดนี้ การเปลี่ยน จึงกลับด้านเป็นอีกคนนึง

ซึ่งอารมณ์เกิดจากหลายๆความถี่ เราจึงต้องฝึกปรับความละเอียดของพลังงาน ให้ถี่มากขึ้น ด้วยการปล่อยเรื่องเก่าๆที่เคยยึดไว้ เช่น

1. ตัดความนึกคิด แล้วเน้นสัมผัสรับรู้เฉพาะสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สมองจะโล่งขึ้น จนเชื่อมต่อความรู้สึกภายในได้มากขึ้น

2. นิ่งดูอาการอยากสิ่งต่างๆ ไม่ทำตาม จนกว่าจะเฉยๆได้ เพื่อสงบต่อความอยาก จิตจะปรับระดับให้ละเอียดสู่ความว่างๆได้

3. ดูอาการที่ส่งความรู้สึกออกไป คิดถึง หวงหา ในผู้อื่น การงาน หรือเรื่องเก่าๆ เพื่อให้จิตใจกลับมารับรู้แค่ความรู้สึกที่เคลื่อนอยู่ภายในได้ชัดขึ้น

4. เน้นการนิ่งดู เพื่อให้ร่างกายยอมรับการมีอยู่ของพลังที่เกิดขึ้นทุกฝั่ง นิ่งเพื่อแค่เห็น

**เพราะร่างกาย มีระบบพิเศษที่จะปรับภายในได้ด้วยตนเอง

เมื่อเราไม่ควบคุม ระบบจะรู้วิธีปรับตัวเอง และค่อยๆสอนเรากลับมา บางคนอาจสื่อความหมายออกมาเป็นเสียงบอกภายใน หรือมีบางสิ่งมาบอก เพื่อให้รู้และค่อยๆปรับตาม

**ที่สำคัญอย่าหลงว่าสิ่งนั้นๆมีจริง เพราะสมองเดิมๆกำลังปรับโครงสร้าง จึงยังสร้างเรื่องเสมือนจริงขึ้นมาตามความรู้สึกภายใน

**ต้องตรวจเสมอว่า สิ่งไหนดีต่อความรู้สึกสุขเบา จุดไหนควรทำตาม หรือเมื่อไหร่ควรกลับด้าน เพราะสมองอาจย้ำรูปแบบเดิมที่ก่อระบบไว้ ก่อนจะขยับไปต่อระบบใหม่ (ฝึกปัญญารู้วิธีเปลี่ยนตนเอง)

5. ฟังความรู้รอบด้าน ทางโลก&ธรรม เพื่อให้เข้าใจทุกฝั่ง จึงปรับระบบสมบูรณ์ 360 องศา (ประสาน หยิน-หยาง)

2.6 เมื่อรู้แรงอัดนั้น ใช้การรับรู้ควบคู่ไปพร้อมกับลมหายใจสบายๆ รู้ตัวเองบ่อยๆ เมื่อหายใจสบายก็รู้ เมื่อมีแรงอัดก็รู้ แล้วลมจะค่อยๆประสานฝั่งความรู้สึกและความคิดให้ผ่อนคลายร่วมกัน กลายเป็นค่อยๆรู้สึกถึงการควบคุมตัวเองได้มากขึ้น

2.7 สำคัญ**ตรวจสอบให้เห็นถึงความไม่มี ไม่เป็น *** เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดๆในคลื่นความรู้สึก ที่ปรับไปมาและสร้างเรื่องให้ต้องกระทำลงไป

**จะเกิดการสอนสมองใหม่ ให้รู้ว่า ไม่ใช่แบบที่เคยเป็น ทุกอย่างเปลี่ยนได้ ตัวเราก็เปลี่ยนได้

**แล้วสมองจะเชื่อมต่อด้านที่ดี สร้างความมั่นใจในตนเอง ให้ก้าวผ่านพฤติกรรมลบๆไปได้

2.8 สมาธิ(นิ่งได้)-วิปัสสนา(ตรวจสอบภายในตน) จำเป็นต้องทำทุกวัน เมื่อสงบ ก็ฝึกเรียนรู้ความรู้สึกภายใน จะเสริมให้เกิดความรู้สึกที่ตั้งมั่น (ช่วยให้รู้สาเหตุที่ก่อเรื่องขึ้น) คล้ายการออกกำลังกาย

คนที่ตั้งใจเปลี่ยนตนเอง..

อย่าลืม note เก็บไว้ทำทุกวันนะคะ ✌🏻✌🏻

#ไบโพล่า

3/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการแก้อาการไบโพล่าไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายในระยะเวลาสั้น ๆ แต่การใช้วิธีการฝึกฝนจิตใจอย่างสม่ำเสมอและลึกซึ้งนั้นจะช่วยให้เราสามารถกลับมาควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตัวเองได้มากขึ้นจริง ๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว การจดบันทึกกิจกรรม ความรู้สึก และอารมณ์ในแต่ละวันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของจิตใจและสามารถรับรู้เมื่อตัวเองเริ่มเข้าสู่ช่วงอารมณ์แปรปรวน นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกให้เรามีสติ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกพาเราหลงทางจนเสียการควบคุม การเข้าหาธรรมชาติและลดการเสพสื่อที่มีเนื้อหากดดัน เช่น ทีวีหรือหนังเศร้า นั้นทำให้จิตใจรู้สึกโปร่ง เบาสบาย และเปิดรับพลังบวกได้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการฝึกสมาธิที่ทำวันละ 5-10 นาที ให้มีประสิทธิภาพและง่ายต่อการทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ร่างกายและจิตใจของเราถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงาน การฝึกนิ่งดูและรับรู้แรงอัดในกายใจอย่างละเอียด จึงช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของการเกิด-ตั้ง-ดับของจังหวะอารมณ์มากขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจของการปรับเปลี่ยนจิตใต้สำนึกที่เป็นต้นเหตุของปัญหา สิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมคือ การฝึกที่จะไม่ยึดติดกับความคิดหรืออารมณ์เชิงลบ ตัดการนึกคิดที่ไม่จำเป็น และเน้นการสัมผัสกับปัจจุบันขณะมากขึ้น จะทำให้สมองและจิตใจได้รับการพักผ่อนจากความวุ่นวายภายใน และเตรียมตัวเข้าสู่สภาวะนิ่งสงบที่ลึกซึ้งมากขึ้น ท้ายที่สุด การปรับเปลี่ยนตัวเองต้องอาศัยความตั้งใจจริงและความสม่ำเสมอ ระหว่างทางอาจมีความรู้สึกสะดุดหรือย้อนกลับไปบ้าง แต่หากติดตามตรวจสอบอารมณ์และความรู้สึกอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นพลังให้เราก้าวผ่านอาการไบโพล่าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับผู้ที่เป็นไบโพล่า ขอแนะนำให้พบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วยเพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรมและเทคนิคที่กล่าวมา จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ค้นหา ·
คนเป็นไบโพล่าอาการเป็นยังไง