จัดตารางออกกำลังกายยังไงดี 📅🏋🏻♀️
⭐️ การที่เราทำแพลออกกำลังกายเป็นอะไรที่สำคัญมากๆ หนึ่งในเทคนิคการจัด workout schedule ทุกอาทิตย์ของปุ้นเลยจะเริ่มที่เวทก่อนเสมอ แล้วค่อยตามด้วย cardio จะออกประมาณ 4-5 วันต่อสัปดาห์ พัก 2-3 วันค่า
💭วันแรกของสัปดาห์แนะนำเปิดด้วยเวท full body แบบเข้มข้นอย่างเดียวไปเลย
💭มี 1 วันที่คาร์ดิโอทั้งวัน ปุ้นชอบ cardio โดยการเข้าคลาส rpm ปั่นจักรยานค่า
💭วันที่เล่นโยคะคือวันพักค่ะ แต่จะมีวันพักที่แบบอยู่เฉยๆแบบไม่ทำอะไรเลย 1 วันเพื่อ reset ตัวเอง
💭พิลาทิส 1 วัน
ตัวอย่างตารางออกกำลังกายของปุ้น:
💛จันทร์: Full body + เดินชัน 20-30 นาที
🩷อังคาร: pilates only + เดินบันได 45 นาที
💚พุธ: lower body + เดินชัน 20-30 นาที
🧡พฤหัส: พักอยู่เฉยๆ
🩵ศุกร์: upper body + เดินบันได 45 นาที
💜เสาร์: โยคะ (พักแบบ active rest)
❤️อาทิตย์: cardio
นี่เป็นตัวอย่างการจัดตารางของปุ้นเลยนะคะ ลองเอาไปเป็น guideline ได้เลยค่าแต่อย่าลืมปรับให้ตรงกับ lifestyle ตัวเองน้า ทำตามที่เราสะดวกเลยค้าบ🛹
#ตารางออกกำลังกาย #แชร์ทริคออกกำลังกาย #ฟิตหุ่นสงกรานต์ #สุขภาพดีกับlemon8 #โตขึ้นจึงรู้ว่า
การจัดตารางออกกำลังกายนั้นสำคัญมากสำหรับคนที่อยากออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพและไม่รู้สึกเหนื่อยจนเกินไป จากประสบการณ์ของผม ผมมักจะเริ่มต้นสัปดาห์ที่วันจันทร์ด้วยการฝึกเวทเทรนนิ่งแบบ full body ที่เน้นหนักเพื่อปลุกพลังร่างกายตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นจะมีวันสำหรับทำคาร์ดิโออย่างเข้มข้น เช่น การปั่นจักรยาน RPM หรือวิ่งระยะไกลเพื่อเพิ่มการเผาผลาญและความฟิตของหัวใจ ผมเห็นว่าการจัดวันพักอย่างน้อย 1 วันในสัปดาห์ที่ไม่ทำอะไรเลยเหมือนเป็นการรีเซ็ตร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบต่างๆ ได้ฟื้นตัวได้เต็มที่ อีกทั้งการผสมผสานโยคะและพิลาทิสในช่วงวันพักแบบ active rest ก็เป็นวิธีที่ดีในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น สำหรับคนที่เป็นนักศึกษา หรือคนทำงานหนักแนะนำให้ปรับตารางตามความเหมาะสมของแต่ละวัน เช่น ถ้าวันไหนเรียนหรือทำงานหนักมาก ก็อาจลดการออกกำลังกายที่หนักเกินไปและเพิ่มวันที่พักเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บหรือเหนื่อยล้าเกินไป นอกจากนี้การประเมินสภาพร่างกายทุกครั้งก่อนออกกำลังกายยังช่วยให้เราปรับระดับความหนักเบาได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือ เราควรจัดตารางให้ออกกำลังกายอย่างหลากหลาย ทั้งเวท เทรนนิ่งเพื่อต่อยอดกล้ามเนื้อ คาร์ดิโอเพื่อสุขภาพหัวใจ รวมถึงโยคะและพิลาทิสเพื่อทำให้อยู่นิ่งและยืดกล้ามเนื้อ วิธีนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายฟิต แต่ยังช่วยป้องกันความเบื่อหน่ายในการออกกำลังกายอีกด้วย สุดท้าย อย่าลืมว่า ปรับตารางให้เข้ากับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของแต่ละคนเสมอ ความยืดหยุ่นและฟังร่างกายคือกุญแจสำคัญของการออกกำลังกายที่ยั่งยืน




ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม