โรคจิตหรือจิตเวท อดีตคนร่วมงานจอมมหาภัย

ต่อจากอันก่อน หลังจากนั้นนางผู้นี้ได้ไปสร้างวีรกรรมใหม่

ศุกร์นึงในตอนที่ทุกคนนั่งทำงานอยู่นั้น นางผู้เดินออกจากโต้ะทำงานไป ตั้งแต่ช่วงเวลาบ่าย3 จนเลิกงาน หกครึ่ง หนึ่งทุ่ม โต้ะนางยังมีแสงไฟจากจอคอมเปิดอยู่ ทศ กระเป๋า วางที่เดิมทั้งหมด จนเรากลับคนอื่นกลับ เสาร์ อาทิตย์ผ่านไปอย่างไว วันจันทร์มาถึงสิ่งที่ทึ่งคือ จอคอมที่เปิดในคืนวันศุกร์ ยังคงเปิดเช่นเดิม ของทุกอย่างวางเหมือนเดิม แม้ประทั่งสตอเบอร์รี่ที่ต่างจากเดิมคือลาขึ้น นางยังคงเงียบ อังคาร พุธผ่านไปไม่มีใครเห็นนาง จนพฤหัสมาช่วงเช้าละก็หายไป ช่วงบ่ายตามแบบวันศุกร์ นางไลน์บอกหัวหน้าว่าปวดท้องอยู่ที่ห้องน้ำ ไลนบอกปวดท้องอยู่ห้องพยาบาล หัวหน้าด้วยความเป็นห่วงให้คนเดิมไปดู สรุปไม่เจอนาง นางไปไหนไม่รู้แต่ไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิสแน่ๆ จนหัวหน้าบอก ตามกฎบริษัทถ้าหายไปแบบไม่แจ้งเกิน3วัน ให้ออกได้ แหละสิ่งต่อมานางบอกว่าห้วหน้าบีบบังคับให้นางออก โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง

อันนี้อีกเรื่องแต่อยากเล่า นางเคยไปมูขอผู้พร้อมกับนี่สมัยที่ยังสนิทใจกัน แต่ตอนนั้นนี่มีคนคุยแต่นางไม่มี สิ่งเกิดขึ้นคือนางบอกกับนี่ว่า ดีเนอะ น้ำเสียงประชดประชัน พร้อมกับเสียงที่ตามมาว่า ไม่รู้ถ้าอีก3เดือนไม่มีแฟนจะเลิกไหว้พระแม่ทั้งหมด เอาเงินซื้อของไหว้ไปสักลายดีกว่า นี่คือสิ่งที่ออกจากปากนาง เพราะฉะนั้น พระแม่ได้โปรดลงโทษอินางคนบาปเช่นนี้ให้สาสมด้วยเถิด

#งาน #lemon8ไดอารี่

4 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์ทำงานกับคนที่มีพฤติกรรมแปลกหรือไม่ปกติทางจิตใจเป็นสิ่งที่หลายคนอาจเคยเจอโดยที่ไม่คาดคิด บางทีอาจเจอการแสดงออกที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล เช่น การหายตัวในเวลางานโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ตลอดหลายวัน สิ่งเหล่านี้สร้างความสับสนและกังวลให้กับเพื่อนร่วมงานอย่างมาก จากเหตุการณ์ในเรื่องที่เล่ามา การที่มีคนร่วมงานหายไปเป็นหลายวันโดยไม่ตอบสนองหรือติดต่อใครเลย เป็นสิ่งที่บริษัทหรือหัวหน้างานต้องรับมืออย่างจริงจัง เพราะนอกจากจะส่งผลต่อการทำงานแล้ว ยังทำให้บรรยากาศในที่ทำงานตึงเครียดขึ้น การสื่อสารและความไว้วางใจระหว่างทีมงานจึงมีความสำคัญอย่างมาก นอกจากนี้ คำพูดประชดประชันที่เกี่ยวกับการเลิกไหว้พระแม่ หรือการแสดงออกทางศาสนาแบบขัดแย้ง หากอยู่ในที่ทำงานอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีและผิดหวังในจริยธรรมของเพื่อนร่วมงาน คำพูดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกภายในจิตใจของคน ๆ นั้น อาจเป็นสัญญาณสะท้อนความเครียดหรือความไม่มั่นคงทางจิตใจ ที่ควรได้รับการช่วยเหลือและเข้าใจอย่างจริงใจ การจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ เราควรเปิดใจพูดคุยกับผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้อย่างสุภาพและเห็นอกเห็นใจ หากเป็นไปได้ควรสนับสนุนให้พวกเขาได้รับคำปรึกษาทางจิตใจ เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตและการทำงาน การเข้าใจและยอมรับความแตกต่าง พร้อมการวางกติกาที่ชัดเจนในที่ทำงาน จะช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้าย การมีความเห็นอกเห็นใจและไม่เพิกเฉยต่อสัญญาณผิดปกติต่าง ๆ ที่เพื่อนร่วมงานแสดงออก จะเป็นการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและปลอดภัยสำหรับทุกคน และช่วยป้องกันปัญหาที่อาจจะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งหรือผลเสียต่อองค์กรในระยะยาว