"ความอร่อย" คือหัวใจ "เรื่องเล่า" คือเส้นทาง
พ่อครับ... ร้านเมนูเยอะก็ใช่ว่าจะดีนะครับ
ลูกเคยสงสัยไหม ว่าทำไมบางร้านมีเมนูเยอะแยะเต็มไปหมด แต่กลับขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย? ในขณะที่ร้านข้างๆ มีเมนูไม่กี่อย่างแต่ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน
พ่อจะเล่าให้ฟังนะ... มันไม่ใช่เรื่องของ "ความอร่อย" อย่างเดียวหรอกลูก แต่มันเป็นเรื่องของ "เรื่องเล่า" ต่างหาก
ลองนึกภาพตามพ่อนะ... ร้านของเรามีอาหารตั้ง 300 อย่าง ทั้งอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่งเศส แต่เวลาคนมาเห็นเมนูเยอะๆ เขากลับรู้สึกสับสน ไม่รู้จะสั่งอะไรดี แล้วก็รู้สึกว่าร้านเรา "ไม่เชี่ยวชาญ" สักอย่าง เหมือนพ่อทำได้ทุกอย่างแต่ไม่เก่งจริงสักอย่างนั่นแหละ
ในขณะที่ร้านคู่แข่ง เขามีแค่เมนูสเต๊ก แต่เขากลับเล่าเรื่องได้น่าสนใจมาก เขาถ่ายคลิปให้ดูว่าเขาเลือกเนื้อวัวยังไง เล่าเรื่องว่าเนื้อมาจากฟาร์มไหน แล้วเชฟทำสเต๊กยังไงให้ได้ความสุกที่พอดี เมื่อคนดูแล้วเขาจะรู้สึกว่าร้านนี้ "น่าเชื่อถือ" และ "มีความพิเศษ" มากกว่าร้านของเรา
ลูกรู้ไหมว่าร้านของเราก็มี "เรื่องเล่า" ที่ดีไม่แพ้ใครเหมือนกันนะ แค่เรายังไม่ได้เล่าให้ใคร ฟังเลย
7 วิธีเล่าเรื่องให้ร้านของเราไม่แพ้ใคร
พ่อมี 7 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ร้านของเราดูน่าสนใจขึ้นมาทันที ลูกลองดูนะ
เปลี่ยนร้านเมนูเยอะ ให้เป็นร้าน "3 สัญชาติในครัวเดียว": แทนที่จะบอกว่ามีอาหารเป็นร้อยอย่าง เราลองเล่าใหม่ว่าเราเป็นร้านอาหารที่มีอาหารให้เลือกถึง 3 สัญชาติในครัวเดียว ทั้งอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น และอาหารฝรั่งเศส แล้วเราก็ถ่ายรูปให้เห็นว่าในครัวของเรามีเชฟที่เชี่ยวชาญอาหารแต่ละแบบเลยนะ
กำหนด "วันพิเศษ" ของแต่ละสัญชาติ: เราลองเล่าเรื่องอาหารแต่ละอย่างในแต่ละวันดีไหม? เช่น วันจันทร์ เป็นวันของอาหารญี่ปุ่น เราก็เล่าเรื่องว่าปลาที่ใช้ทำซาชิมิมาจากไหน ทำไมถึงต้องเลือกปลาสดใหม่แบบนี้ วันพุธ เป็นวันของอาหารจีน เราก็เล่าเรื่องเ ป็ดปักกิ่งที่เราใช้เป็ดที่เลี้ยงแบบพิเศษเท่านั้น วันศุกร์ เป็นวันของอาหารฝรั่งเศส เราก็เล่าเรื่องครัวซองต์ที่เราอบสดใหม่ทุกเช้า การทำแบบนี้จะทำให้คนติดตามเพจเรา และรู้สึกอยากมาลองชิมเมนูของแต่ละวันเลย
ใช้ "ห้องแอร์" เป็นจุดขาย: ลูกรู้ไหมว่าร้านอาหารอีสานส่วนใหญ่ไม่มีห้องแอร์ แต่ร้านของเรามีนะ เราถ่ายรูปบรรยากาศในร้านให้ดูอบอุ่นสบายๆ เหมือนนั่งกินข้าวที่บ้าน แล้วบอกลูกค้าว่าร้านเราเหมาะสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะมากับเพื่อนหรือครอบครัวก็สบาย
บอกราคาให้ชัดเจน: ลูกค้าใหม่ๆ มักจะกลัวว่าราคาจะแพงไปหรือเปล่า เราก็โพสต์รูป "เซ็ตสุดคุ้ม" ให้ชัดเจนไปเลย เช่น "เซ็ตอาหารจีน 5 อย่าง สำหรับ 4 คน จ่ายแค่ 800 บาท" การทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ ้น ไม่ต้องกลัวว่าราคาจะเกินงบ
ใช้เสียงลูกค้าเป็น "คำยืนยัน": ลูกจำได้ไหมว่ามีลูกค้าที่รีวิวร้านเราใน Google ว่ายังไงบ้าง เราลองเอาคำพูดดีๆ เหล่านั้นมาโพสต์ในเพจร้านของเราพร้อมรูปถ่ายสวยๆ ของอาหารดูนะ เพราะเสียงของลูกค้าจริงๆ น่าเชื่อถือที่สุดแล้ว
เล่าเรื่องราวการตกแต่งร้าน: เราลองเล่าให้คนอื่นฟังดูไหมว่าทำไมเราถึงเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ทำไมเราถึงเลือกใช้แสงไฟโทนอบอุ่น การเล่าเรื่องแบบนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับร้านเรามากขึ้น
โพสต์ทุกวันแบบไม่ขาดตอน: เราต้องตั้งเป้าไว้เลยว่าเราจะโพสต์คอนเทนต์ใหม่ๆ ทุกวัน วันละอย่างก็ได้นะ เช่น วันนี้เล่าเรื่องอาหาร พรุ่งนี้เล่าเรื่องวัตถุดิบ วันต่อไปโพสต์รีวิวลูกค้า การทำแบบนี้จะทำให้คนจำร้านเราได้ และรู้ว่าร้านของเรายังมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
บทเรียนจากพ่อ: "ความอร่อย" คือหัวใจ "เรื่องเล่า" คือเส้นทาง
ลูกรัก... การทำอาหารให้อร่อยน่ะคือหัวใจของร้านเรา แต่การเล่าเรื่องคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากล้าที่จะเปิดประตูร้านเข้ามาหาเรา
ร้านของเรามีดีหลายอย่างนะลูก ทั้งอาหารอร่อยๆ ห้องแอร์เย็นๆ และบรรยากาศที่อบอุ่น เราแค่ยังไม่ได้เล่าให้ใครฟังเท่านั้นเอง
พ่ออยากให้ลูกจำไว้นะ... อย่ารอให้ยอดขายตกแล้วค่อยทำอะไร เพราะในโลกธุรกิจ พอเราหยุดเล่าเรื่องเมื่อไหร่ คนก็จะเริ่มลืมเราทันที
ลองเริ่มเล่าเรื่องราวของร้านเราตั้งแต่วันนี้นะลูก พ่อเชื่อว่าร้านของเราจะกลับมาขายดีกว่าเดิมแน่นอน #ผู้ประกอบการร้านอาห าร #สร้างสรรค์ความอร่อยในแบบคุณ















