✈️ อีกหนึ่งไฟลต์ในทริปสแกนดิเนเวีย
ทริปนี้เราไม่ได้แค่บินไป-กลับ กรุงเทพฯ → ออสโล
ทริปเราเริ่มจาก กรุงเทพฯ → ออสโล (นอร์เวย์)
แล้วนั่งรถไฟไปเที่ยวเบอร์เกน
จากนั้นบินต่อจาก เบอร์เกน (นอร์เวย์) → สตอกโฮล์ม (สวีเดน)
แล้วนั่งรถไฟไปเที่ยวโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)
ก่อนจะนั่งรถไฟกลับมาสตอกโฮล์มอีกครั้ง
และบินกลับ สตอกโฮล์ม → กรุงเทพฯ
เราเลือกเดินทางแบบนี้ เพราะไม่ต้องเสียเวลาย้อนเมืองไ ปมา ทำให้มีเวลาเที่ยวได้ครบทั้ง นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก มากขึ้น
วันนี้ไฟลต์จากเบอร์เกนไปสตอกโฮล์ม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง บินกับ Finnair เป็นสายการบินแบบ Full Service โหลดกระเป๋าได้ตามปกติ เครื่องบินลำไม่ใหญ่
ตอนเช็กอินออนไลน์ ระบบจัดที่นั่งให้เราอยู่คนละแถว ไกลกันมาก คือแถว 9 กับแถว 34
พอไปโหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์ เลยลองถามพนักงานว่าพอจะเปลี่ยนให้นั่งด้วยกันได้ไหม
พนักงานบอกว่าเที่ยวบินน่าจะเต็ม แต่จะลองเช็กให้
สักพักก็บอกว่ามีที่นั่งให้นั่งด้วยกันได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเปลี่ยนที่นั่งเพิ่ม
ด้วยความที่บินแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง เราเลยไม่อยากเสียเงินเพิ่ม คิดว่านั่งแยกกันก็ได้ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว ก็เลยบอกพนักงานว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้
พนักงานก็คืนพาสปอร์ต พร้อมกับบอร์ดดิ้งพาสให้
ตอนที่เครื่องลงจอด ขณะที่กำลังเดินออกจากเครื่อง ก็เห็นพนักงานเปิดผ้าม่านโซน Business Class
พอมองเข้าไปก็แอบแปลกใจ เพราะเป็นที่นั่งแบบเดียวกับ Economy ที่เรานั่งมาเลย ก่อนหน้านี้เราก็เข้าใจมาตลอดว่า Business Class จะต้องเป็นเบาะใหญ่ ๆ หรือปรับเอนนอนได้
แต่ก็เคยได้ยินเหมือนกันว่า เที่ยวบินระยะสั้นในยุโรปหลายสายการบิน Business Class กับ Economy ใช้ที่นั่งแบบเดียวกัน ความแตกต่างจะอยู่ที่บริการ เช่น อาหาร สิทธิ์โหลดสัมภาระ หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ มากกว่าตัวที่นั่ง
#นอร์เวย์ #สวีเดน #เดนมาร์ก #เที่ยวสแกนดิเนเวีย #เที่ยวยุโรปด้วยตัวเอง
การเดินทางด้วยสายการบินฟูลเซอร์วิสในทริปสแกนดิเนเวียอย่าง Finnair นั้นมีข้อดีหลายอย่างที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เช่น การโหลดกระเป๋าฟรีตามปกติที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกและไม่ต้องกังวลเรื่องสัมภาระมากเกินไป นอกจากนี้ การจัดที่นั่งในเที่ยวบินสั้นๆ อย่างเบอร์เกนไปสตอกโฮล์มที่มีระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนั้น ยอมรับว่าอาจมีความซับซ้อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบออนไลน์จัดที่นั่งให้ห่างกันมาก ช่วงที่ผมเช็กอินที่สนามบินและสอบถามพนักงานเพื่อขอเปลี่ยนให้ได้นั่งใกล้กัน พนักงานแจ้งว่าถ้าต้องการเปลี่ยนที่นั่งจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งสำหรับไฟลต์สั้นนี้ ผมคิดว่ายอมแยกที่นั่งเพื่อไม่เสียเงินเพิ่มจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเวลาบินไม่นานนัก ส่วนที่น่าสนใจมากคือการได้เห็นโซน Business Class บนเที่ยวบินนี้ ที่จริงแล้วมีที่นั่งแบบเดียวกับชั้น Economy ซึ่งใช้แนวทางบริการที่แตกต่างกัน เช่น อาหารและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ มากกว่าการมีเบาะใหญ่หรือปรับเอนได้เหมือนกับที่คุ้นเคยในเที่ยวบินระยะไกล นี่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางโดยสายการบินยุโรปในเส้นทางใกล้ ๆ เพราะจะช่วยให้เข้าใจความแตกต่างและคาดหวังบริการได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ผมยังอยากแนะนำว่าการวางแผนทริปด้วยการบินตรงแบบไม่ย้อนกลับไปยังเมืองใดเมืองหนึ่ง เช่น จากกรุงเทพฯ ไปออสโล แล้วต่อรถไฟไปยังเมืองอื่น ๆ ในสแกนดิเนเวีย แล้วบินกลับจากเมืองสุดท้าย จะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางและเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสบรรยากาศและสถานที่ใหม่ ๆ อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยรวมการเดินทางในทริปยุโรปด้วยตัวเองแบบนี้ต้องอาศัยการวางแผนดี ๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด และการเลือกสายการบินและวิธีการเดินทางที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายก็เป็นส่วนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม











