เจ้าสาววัย 50+ (ขอบอกว่าไม่ต้องเขินนะคะ) ตอน 1

มาแบ่งปันประสบการณ์ เป็นเจ้าสาววัย 50+ ค่ะ

เราก็ไม่ทราบว่า มีใครอื่นที่เป็นแบบเราบ้างนะ (เราว่าหายากแล่ะ เพราะส่วนใหญ่ วัยเลข5 นำหน้าแล้ว คงจะอยู่กันไปเลย 🤪

ทันทีที่เราบอกว่า เราจะแต่งงาน บรรดาเครือญาติ พี่น้อง ต่างประหลาดใจ และพูดว่า “ไม่น่าเชื่อ” “ไม่อยากเชื่อ” “ประหลาดใจมากที่แต่ง” เราเลยบอกว่า เอาน่า สมัยก่อนมีรถไฟขบวนสุดท้าย แล้วก็มา รถไฟฟ้า จนมารถไฟใต้ดิน นี่ยังมีล่าสุด รถไฟความเร็วสูงอีก เอาซะหน่อย 😝

เริ่มแรกเลย จะขอพูดถึงการเตรียมตัวเอง

1. เตรียมใจค่ะ ก่อนอื่น ในที่นี้เราจะไม่พูดถึงการเตรียมงาน เตรียมนั่นนี่ที่เกี่ยวข้องกับตัวงานนะคะ เพราะไม่แตกต่างจากเจ้าสาวคนอื่นๆ

กลับมาที่เตรียมใจ ต้องยอมรับนะคะว่าถ้าจะจัดงาน จะเจอกับคำว่า “อายุป่านนี้ ยังจะจัดอีก” หรือมีประโยคใดๆ ไม่ต้องคิดมากค่ะ เอาที่เราสบายใจ ถ้าคิดว่าทำแล้วมีความสุข ทำเลยค่ะ แบบเรา

ประเด็นคือ อยู่ที่ คนของเรา เค้าเห็นด้วยมั้ย ถ้าเห็นด้วยก็ 50% แล้วที่จะจัดงานแต่ง

2. การคุยรายละเอียดกับครอบครัว โดยเฉพาะ คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้องในไส้เดียวกัน ว่าคิดเห็นยังงัย อย่าลืมคิดรูปแบบที่คุณจะจัดเตรียมไว้ด้วยนะคะ เผื่อครอบครัวจะถาม จะได้คุยทีเดียวจบ หรืออาจจะได้รับคำแนะนำเพิ่มเติม จุดนี้ที่ต่างกับเจ้าสาววัยอื่น ก็น่าจะเป็นอายุที่แตกต่าง ทำให้อาจมีข้อแย้งในการจัดงานได้ค่ะ แต่เอาจริงๆ มันก็อยู่ที่เราค่ะว่าอยากจัดแบบไหน จะจัดเงียบ หรือจะจัดแบบอลัง รวมถึงเงื่อนไขหรือธรรมเนียมที่ทางย้านยึดถือ อันนี้แล้วแต่เลยค่า 😊

ส่วนตัว ที่บ้านเป็นเชื้อสายจีนในไทย 100% ค่ะ บ้านราก็พอจะเคร่งธรรมเนียมอยู่ ดังนั้น มาม๊าก็เห็นด้วยที่จะจัดงานให้เป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนแฟนเราก็มีเชื้อสายจีนในไทย 100% เช่นกัน ความเห็นตรงกัน ก็เลยลงตัวว่าจัดแบบง่ายๆ ตามความเหมาะสมของวัยและเศรษฐกิจ

3. ลักษณะการจัดงาน ส่วนตัวแนะนำว่า ด้วยวัย และเศรษฐกิจปัจจุบัน ควรจัดแบบสร้างความทรงจำ และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเครือญาติ

‼️ อันนี้สำคัญเลยนะคะ จะมีเหตุ/ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ล่ะ😉

3.1 แขกที่เชิญ อาจจะเป็นการเชิญเฉพาะในเครือญาติที่ใกล้ชิด หรือญาติสนิท หรือบางท่านอาจเชิญเพื่อนสนิทมาร่วมงานด้วย ก็จะ scope จำนวนได้ง่ายขึ้น และมองเห็นถึงงบประมาณเบื้องต้นค่ะ ของเราเฉพาะเครือญาติใกล้ชิด ของบ่าวสาวมีแค่ 20กว่าคนเองค่ะ ดูอย่าง คู่คุณใหม่ดาสิกากับคุณเต๋อ ดาราดัง ก็เชิญเฉพาะญาติๆ 20คนเองค่ะ

3.2 สถานที่จัด อันนี้แล้วแต่ความสะดวกแต่ถ้าจะเน้นความสัมพันธ์ในเครือญาติ นานๆทีพบปะกัน ก็ควรเลือกร้านอาหารน่ารักๆ หรือสวนอาหาร สำหรับเราเลือกภัตตาคารจีน ซึ่งเป็นร้านที่เครือญาติคุ้นเคย

3.3 พิธีการ มันก็สืบเนื่องจากการตกลงของบ่าวสาว และในครอบครัวค่ะ พิธีไทย พิธีจีน ยังมีพิธีย่อยต่างๆ อย่างพิธีไทย ยกขบวนขันหมาก โชว์สินสอด บ่าวสาวทำพิธีตักบาตรเช้า นิมนต์พระมาทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ พิธีรดน้ำสังข์ แต่ของเราเป็นพิธีจีนแบบผสมค่ะ เราข้ามไปหลายอย่างเลยค่ะ มีแค่พิธีแลกแหวนบ่าวสาว และพิธียกน้ำชา (ขั่งแต๊) ซึ่งเป็นประเพณีจีนโบราณที่สืบทอดมายาวนาน คู่บ่าวสาวจะคุกเข่ารินน้ำชาถวายญาติผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพกตัญญูและฝากตัวเข้าสู่ครอบครัว ผู้ใหญ่จะรับน้ำชา อวยพร และมอบอั่งเปาหรือของขวัญให้บ่าสาว ส่วนบ่าวสาวจะมอบของขวัญตอบแทน อย่าลืมจัดญาติๆ ที่มีอายุน้อย หรือวัยรุ่นก็ได้ค่ะระหว่าง 10-25 ไม่เกินนี้มาช่วยยกน้ำชาให้บ่าวสาว และช่วยจัดของขวัญมอบให้บ่าวสาวให้กับผู้ใหญ่ที่รับน้ำชาอีกที

ในส่วนนี้ จัดเรียงชื่อญาติผู้ใหญ่ตามลำดับอาวุโสเลยนะคะ เริ่มจาก ผู้ใหญ่สุด คือ เหล่าม่า อาม่า ปะป๊า มะม๊า ญาติๆ แล้วมาลำดับพี่ๆ ที่แค่งงานแล้วค่ะ ใครที่ยังโสดอยู่ก็จะไม่ได้เข้าพิธีค่ะ ยกเว้นแต่ญาติผู้ใหญ่ที่โสด อันนี้ยกได้ค่ะ ใครที่คิดว่าจะมีพิธีกรในงาน เรียงลำดับบื่อให้พิธีกรด้วยนะคะ จะได้เชิญตามลำดับถูกต้อง

3.4 ช่วงเวลา ทั่วไปๆ ก็มีจัดพิธีเช้า เลี้ยงเที่ยง ครึ่งวัน หรือจัดพิธีเช้า ยาวมาจนเลี้ยงเย็น ของเราเลือกจัดครึ่งวัน พิธีเช้า เลี้ยงเที่ยง เนื่องด้วยของเราจัดวันธรรมดา ซึ่งญาติๆ ต้องลางานกันมาร่วมงานหลายคนเลยค่ะ ลึกๆแล้วดีใจนะคะ ที่พี่ๆ ลางานมาเพื่อเราโดยเฉพาะ สำหรับท่านอื่นๆ จะจัดเป็นบุฟเฟต์ หรือค็อกเทลได้นะคะ ทั้งนี้ให้พิจารณาจากเครือญาติเราเป็นผู้ใหญ่เยอะมั๊ย ถ้าเยอะล่ะก็แนะนำโต๊ะจีนดีสุดค่ะ ไม่ค้องเดินไปตักอาหารให้ยุ่งยาก ตรงนี้บ่าสาวต้องให้อั่งเปา ผู้ที่ทำหน้าที่ตามธรรมเนียมด้วยนะคะ

3.5 รูปแบบและรสชาติอาหารที่จัดเลี้ยง รูปแบบการจัดงานที่เราเลือก คือ สไตล์โต๊ะจีนค่ะ ขอบอกว่าโต๊ะจีนแท้ๆ ใครไม่เจ้าใจว่าคือยังงัย ไว้เราอธิบายแยกให้อีกทีนะคะ สนนราคามีตั้งแต่ระดับ 1000กว่าบาท จนถึงระดับ 20,000 บาท ขึ้นไปค่ะ ขึ้นอยู่กับร้านอาหารนะคะ ของเรา เลือกอยู่ประมาณ 15,000-16,000บาท

อย่างที่บอกเราเลือกภัตตาคารจีน ที่ญาติๆ คุ้นเคย ซึ่งเราทราบถึงรสขาติเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เราเน้นเอาชัวร์ว่าอร่อยแน่ๆ (ได้รางวัล Michelin มาหลายปีซ้อนมันต้อง ok แน่นอน) มันเลยลงตัวค่ะ

ที่พลาดไม่ได้อีกอย่าง เครื่องดื่มในงาน สำหรับเรา No Alcohol ไม่มีแม้แต่ไวน์ค่ะ ของเราเป็นน้ำเก๊กฮวย น้ำเปล่า หรือชา กาแฟ

4. พิธีกร หรือนายพิธี ไม่ว่าจะจัดงานแบบไหน แนะนำว่าต้องมีนะคะ บ่าวสาวไม่สามารถจัดแจงเองได้ค่ะ เพราะวันจริง มันจะยุ่งมาก หัวหมุนติ้วเลยค่ะ แถมเดินไปทั่ว นี่ขนาดเขิญเฉพาะญาติ เดินจนเมื่อนเท้า ปวดหลังไปหมด พิธีกรหรือนายพิธีจะข่วยเราจัดแจงงาน ไม่ว่าจะเริ่มต้นเชิญแขก ตบให้เข้าสู่พิธีการ แจ้งลำดับการจัด เชิญผู้ใหญ่กล่าวอวยพร อะไรแบบนี้

ถ้ามี อย่าลืมว่าบ่าวสาวต้องให้ซองอั่งเปา ตอบแทนให้ตามธรรมเนียมด้วยเช่นกันนะคะ

5. การ์ดเชิญ สมัยนี้สั่งทำจะค่อนข้างแพง ยิ่งแบบมีลูกเล่น หรือมีสีเงินสีทอง ราคาก็จะเพิ่มขึ้น จะว่าไปรูปแบบการ์ดที่ชอบก็ดันราคาสูงอีกต่างหาก ด้วยเวลาที่เร่ง รวมถึงเชิญเฉพาะญาติใกล้ชิด เราเลยเลือกเชิญด้วยการโทรศัพท์แจ้งแทนค่ะ (ถูกและดี แถมยังได้ถามสารทุกข์สุขดิบที่นานๆทีเราจะคุยกับญาติที) แล้วส่งกำหนดการ วัน เวลา สถานที่ให้ญาติๆ ทางช่องทางSocial เพราะไม่ได้เชิญเพื่อนๆ หรือคนที่ทำงานเลยค่ะ ก็เลยง่ายหน่อย

มาถึงตรงนี้ค่อยต่อ ตอน 2 นะคร๊าาาา 😊💋@#ติดเทรนด์ #จัดงานแต่งงาน #จัดงานแต่งงานด้วยตัวเอง#สาววัย50up #เจ้าสาวมินิมอล

3/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเป็นเจ้าสาววัย 50+ นั้น นอกจากความสุขที่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่รักแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเตรียมใจและการจัดงานแต่งที่เหมาะสมกับวัยและสภาพความพร้อมของตัวเองและครอบครัว จากประสบการณ์ที่ได้แชร์นี้ ต้องบอกว่าการให้ความสำคัญกับการพูดคุยกับครอบครัวและญาติๆ เป็นเรื่องหัวใจสำคัญที่จะทำให้การจัดงานผ่านไปอย่างราบรื่น เพราะนอกจากจะช่วยคลายความกังวลจากคำถามหรือความสงสัยต่างๆ แล้ว ยังสามารถนำคำแนะนำที่เป็นประโยชน์มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานและความเป็นตัวเอง การกำหนดแขกเชิญแบบเน้นความใกล้ชิด เช่น เครือญาติและเพื่อนสนิท จะช่วยให้บรรยากาศในงานอบอุ่นและสบายใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดงบประมาณ และลดความยุ่งยากในการจัดการต่างๆ อีกด้วย สำหรับพิธีการ การผสมผสานวัฒนธรรมไทยและจีนอย่างเรียบง่าย เช่น พิธีแลกแหวนและพิธียกน้ำชา เป็นวิธีที่ดีในการรักษาขนบธรรมเนียมและแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่โดยไม่ต้องเคร่งครัดจนเกินไป เรื่องอาหารก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่เจ้าสาววัย 50+ ควรให้ความสำคัญ การเลือกภัตตาคารจีนที่ได้รับการยอมรับและรสชาติถูกใจ ทำให้แขกทุกคนประทับใจและได้รับประสบการณ์ที่ดี กรณีนี้ เลือกราคากลางๆ ที่เหมาะสมกับงบประมาณและจำนวนแขก ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ส่วนข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจัดงานแต่งงานในวัยนี้ คือการให้ความสำคัญกับพิธีกรหรือนายพิธีที่มีประสบการณ์ เพื่อช่วยจัดการลำดับงานและดูแลรายละเอียดต่างๆ ในวันงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยลดความเครียดให้บ่าวสาวได้อย่างมาก การ์ดเชิญสามารถประยุกต์ใช้ยุคปัจจุบันด้วยการโทรแจ้งเพื่อความรวดเร็วและเป็นกันเอง ซึ่งยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวได้อีกด้วย ท้ายที่สุดแล้ว การแต่งงานไม่ว่าจะวัยใดก็ตามคือเรื่องของความสุขและการเริ่มต้นใหม่ที่เราเองเป็นผู้กำหนด ขอให้ทุกคนกล้าที่จะทำในสิ่งที่ใจต้องการ และเน้นการจัดงานที่สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับคนที่รักและครอบครัวอย่างแท้จริง

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Lemon8Family 🍋
Lemon8Family 🍋

โพสต์ปังมากค่า!🎉 อย่าลืมตอบคอมเมนต์พูดคุยกับเพื่อนๆ และกดติดตามเราไว้ เพื่อดูอัปเดตใหม่ๆ และฮาวทูทำคอนเทนต์ปังๆ!😎 มาโพสต์ใน Lemon8🍋 กันเยอะๆ นะค้า~~✨💕