เจอลูกน้องโทษแต่คนอื่น ‼️
งานพังทีไร โทษคนอื่นตลอด 😒 ไม่เคยมองตัวเองผิด...หัวหน้าควรจัดการยังไงดี?
#หัวหน้าที่ดี #ปัญหาที่ทำงาน #ป้ายยากับlemon8 #koclearhai #โกเคลียร์ให้
ถ้ามีคนถามฉันว่า “ลูกน้องที่ดีควรเป็นอย่างไร” ภาพแรกที่นึกถึงไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดนะ แต่เป็นคนที่ “รับผิดชอบงานและเรียนรู้ไว” โดยเฉพาะเวลาเกิดปัญหา เพราะในชีวิตจริง งานพังได้เสมอ แต่ทัศนคติหลังงานพังคือสิ่งที่บอกอนาคตของทีมเลย 7 พฤติกรรมของลูกน้องที่ดี (เช็กลิสต์ง่ายๆ) 1) รับผิดชอบและไม่โยนความผิด: อธิบายข้อเท็จจริงได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และตัวเองพลาดตรงไหน 2) สื่อสารชัดเจน: ติดขัดตรงไหนถามก่อน ไม่ปล่อยให้เดา แล้วค่อยมาบอกตอนเดดไลน์ 3) มีเจ้าของงาน (Ownership): ทำงานให้จบ ไม่ต้องรอให้หัวหน้าตามทุกขั้น 4) เปิดรับฟีดแบ็ก: ไม่เถียงเพื่อชนะ แต่ถามเพื่อเข้าใจและปรับให้ดีขึ้น 5) กล้ารายงานความเสี่ยงเร็ว: รู้ว่าไปไม่ทัน/ข้อมูลไม่ครบ รีบแจ้งเพื่อให้ทีมช่วยกันแก้ 6) ทำงานเป็นทีม: เคารพคนอื่น ไม่เล่นการเมือง ไม่ทำให้คนรอบข้างเหนื่อยเพิ่ม 7) พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง: หลังจบงานมีการสรุปบทเรียน วางแผนกันพลาดซ้ำ แล้วถ้าเจอลูกน้อง “โทษแต่คนอื่น” หัวหน้าควรทำยังไง? สิ่งที่ฉันเคยใช้ได้ผลคือ “คุยด้วยกรอบที่ชัด” มากกว่าคุยด้วยอารมณ์ - เริ่มจากข้อเท็จจริง: “งานนี้เดดไลน์วันไหน ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร” - ถามให้เห็นส่วนของตัวเอง: “ถ้าย้อนกลับไปได้ คุณคิดว่าคุณทำอะไรต่างจากเดิมได้บ้าง?” - แยก ‘สาเหตุ’ กับ ‘ข้ออ้าง’: ยอมรับปัจจัยภายนอกได้ แต่ต้องมีแผนรับมือครั้งหน้า เทคนิคฟีดแบ็กที่พูดแล้วไม่แตกหัก ลองใช้รูปแบบ Situation–Behavior–Impact–Next step เช่น “ในงาน A (Situation) ตอนมีปัญหา คุณบอกว่าทีมอื่นผิดทั้งหมด (Behavior) ทำให้เราแก้ช้าและบรรยากาศตึง (Impact) รอบหน้าขอให้สรุปสิ่งที่คุณทำได้/ทำไม่ได้ และเสนอทางเลือก 2 ทางก่อนคุยกัน (Next step)” ตั้งกติกาทีมให้ชัด ป้องกันการโยนความผิด ฉันชอบตั้ง 3 ข้อสั้นๆ 1) รายงานปัญหาเร็ว = ไม่โดนดุ แต่ช้า = ต้องอธิบาย 2) ทุกปัญหาต้องมี “ทางแก้ครั้งหน้า” อย่างน้อย 1 ข้อ 3) ประโยคต้องห้ามในทีม: “ไม่ใช่หน้าที่ผม/หนู” (เปลี่ยนเป็น “ผม/หนูช่วยส่วนไหนได้บ้าง”) สุดท้าย ถ้าคุยแล้วไม่เปลี่ยนจริงๆ ให้ทำ Performance plan แบบมีตัวชี้วัด เช่น “ส่งงานตรงเวลา 90% ใน 4 สัปดาห์” หรือ “สรุป Post-mortem หลังงานทุกครั้ง” แล้วนัดติดตามสั้นๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยให้เห็นพัฒนาการจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก บทเรียนของฉันคือ ลูกน้องที่ดีไม่ได้เพอร์เฟกต์ แต่ต้อง “รับผิดชอบ-สื่อสาร-พร้อมปรับ” และหัวหน้าที่ดีต้องกล้าตั้งมาตรฐาน พร้อมโค้ชให้เขาโตขึ้น (ไม่ใช่ปล่อยให้ทีมพังซ้ำ)

















