เรื่องฉันตัดสินใจรับการรักษา " จิตบำบัด " EP.1
บันทึกถึงตัวเอง
สวัสดี พลอย...
เราอยู่กับโรคซึมเศร้าและแพนิคมานานกว่า 11 ปีแล้ว ตลอดช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมที่ผ่านมา มันเป็นช่วงที่ยากมากจริงๆ ความเครียดรุมเร้าหลายเรื่องจนทำให้ความคิดอยากจากไปกลับมาอีกครั้ง ความจริงแล้วความคิดนี้ไม่เคยหายไปไหนหรอก เพียงแต่เราพยายามเตือนตัวเองเสมอว่า “นี่คืออาการป่วย”
เวลา ที่ดิ่ง เรามักจะพยายามหาพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจตัวเองได้พัก แต่ก็ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นวิกฤตที่สุดครั้งหนึ่ง มันกระทบทั้งงานและความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เราเฟดตัวเองออกไปจากเพื่อนร่วมงาน เหลือไว้แค่การคุยเรื่องงาน หรือเรื่องไร้สาระกับบางคน เพราะรู้สึกว่าพอพูดออกไปบ้าง เขาคงไม่เก็บไปพูดต่อ หลายครั้งเราเลือกเล่าเรื่องเจ็บปวดในรูปแบบตลก ทั้งที่ในใจมันไม่ได้ตลกเลย แค่ไม่อยากแบกไว้คนเดียว
วันนี้ไปหาหมอตามนัดเหมือนเคย แต่ครั้งนี้เราร้องไห้หนักมาก หมอถามถึงรากของความเจ็บปวด ย้อนกลับไปถึงวัยเด็ก คำถามหนึ่งที่ทำให้เราร้องไห้ออกมาอย่างหนักคือ
“ถ้าวันนี้เราอายุ 32 แล้วย้อนกลับไปหาเราตอนอายุ 3-4 ขวบ เราจะทำยังไงกับตัวเองในวันนั้น”
คำตอบของเราคือ
“เราคงจะโอบกอดเด็กคนนั้น และรับความเจ็บปวดแทนทั้งหมด ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ เพราะเด็กเล็กขนาดนั้นไม่ควรต้องเผชิญเรื่องหนักขนาดนี้... เด็กอายุเท่านั้นควรได้กินอิ่ม นอนหลับ และวิ่งเล่นอย่างมีความสุข”
หมอบอกว่า บาดแผลในใจของเราอาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น และสิ่งที่เราต้องทำคือการรักษาบาดแผลลึกๆ ด้วยการ จิตบำบัด เดือนละครั้ง ทั้งหมด 10 ครั้ง ซึ่งจะมีการบันทึกวิดีโอระหว่างการบำบัดด้วย
ก่อนหน้าที่จะมาถึงจุดนี้ เราเคยคุยกับนักจิตวิทยามาก่อน สุดท้ายก็ถูกประเมินว่าต้องรักษาทางจิตเวช ใช้ยาเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง ซึ่งจนถึงตอนนี้ เรายังต้องกินยาอยู่ และก็ยังไม่รู้ว่าการใช้ยาจะสิ้นสุดเมื่อไหร่
เดือนหน้าจะเป็นการเริ่มต้นของการ จิตบำบัด
หวังว่ามันจะพาเราไปเจอกับการมองเห็นคุณค่าข องตัวเองจริงๆ สักที และหวังว่าสักวัน... เราจะได้มีความสุขกับการเป็น “ตัวเรา” อย่างแท้จริง #รักษาซึมเศร้า #ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า #ประสบการณ์จากผู้ป่วยจิตเวช #lemon8ไดอารี่ #mentalhealthcare /กรุงเทพมหานคร
ในช่วงที่เผชิญกับโรคซึมเศร้าและอาการแพนิครุนแรง ผู้ป่วยมักจะต้องหาวิธีจัดการกับอารมณ์และความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างสม่ำเสมอ การจิตบำบัดถือเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อบาดแผลในใจเกิดจากประสบการณ์หรือเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ฝังลึก การบำบัดช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้สำรวจและเข้าใจความรู้สึก รวมถึงเรียนรู้วิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม รูปแบบการบำบัดที่ผู้ป่วยจะได้รับในการเริ่มต้นนั้นมักมีการนัดพบเดือนละครั้ง ติดต่อกันประมาณ 10 ครั้ง ซึ่งจะมีการบันทึกวิดีโอในบางครั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำขึ้น การบำบัดนี้ช่วยเสริมการรักษาด้วยยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าต้องใช้ยาควบคู่ไปด้วย เพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง การดูแลสุขภาพจิตไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้ความอดทน แต่การมีพื้นที่ปลอดภัย เช่นการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ หรือกลุ่มสนับสนุน สามารถช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว นอกจากนี้ การฝึกปฏิบัติเช่น การทำสมาธิ การออกกำลังกายเบาๆ และการสร้างกิจกรรมที่ชื่นชอบ ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้นได้ ที่สำคัญ ผู้ป่วยควรได้รับความเข้าใจและการสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผู้ที่ติดตามเรื่องราวนี้หรือกำลังเผชิญกับปัญหาคล้ายกัน ควรเปิดใจรับฟังและพร้อมที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อรู้สึกว่าจำเป็น โรคซึมเศร้าและโรคแพนิคไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอาย หรือปิดบัง การรักษาและการจิตบำบัดสามารถเป็นประตูที่นำไปสู่ชีวิตที่มีความสุขและมีคุณค่ามากขึ้นได้อย่างแท้จริง





































